หลังมื้อกลางวัน ทั้งสามพักผ่อนอยู่ในจวนองค์ชายยงครู่หนึ่ง
อิ้นถังกับอิ้นเอ๋อตั้งใจพาอิ้นฉีไปยังจวนเป่ยเล่อองค์ที่แปด
ทั้งสามกำลังจะขึ้นรถม้า พลันเห็นรถม้าคันหนึ่งซึ่งตกแต่งอย่างประณีตค่อย ๆ เคลื่อนเข้ามาจากสุดสายตา ผู้ที่นั่งอยู่บนรถคืออิ้นซื่อ
หากช้ากว่านี้อีกเพียงครู่เดียว ทั้งสองฝ่ายคงคลาดกันไปอย่างหวุดหวิด
รถม้าหยุดสนิท อิ้นซื่อเพิ่งเปิดม่านขึ้น
อิ้นฉีก็เห็นเขาเข้าแล้ว มือเล็กที่เกาะกุมอิ้นเอ๋ออยู่เมื่อครู่คลายออก ร่างน้อยวิ่งปราดไปข้างหน้า เสียงเล็กนุ่มเรียกขึ้นว่า “พี่แปด!”
อิ้นซื่อลงจากรถม้า อุ้มเจ้าตัวน้อยที่โผเข้ามาไว้ในอ้อมแขน ปลายนิ้วลูบเส้นผมนุ่มบนกระหม่อมของอิ้นฉีเบา ๆ พลางถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “อยู่จวนพี่สี่เชื่อฟังหรือไม่?”
“อื้ม! เชื่อฟังมาก ๆ” อิ้นฉีพยักหน้าหงึก ๆ แล้วซบศีรษะเล็กกับสาบเสื้อของเขา
“ว่าง่ายถึงเพียงนี้เชียว!”
อิ้นซื่อเงยหน้าขึ้น พยักหน้าให้อิ้นเจินเล็กน้อยเป็นการทักทาย “พี่สี่”
อิ้นเจินพยักหน้ารับ
อิ้นถังที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ยิ้มพลางก้าวเข้ามา “พี่แปด! ข้าส่งคนไปบอกแล้วมิใช่หรือว่า พวกเราจะพาฉีเอ๋อร์ไปหาเอง เหตุใดยังอุตส่าห์มาถึงนี่อีก?”
อิ้นซื่อก้มมองเจ้าตัวน้อยในอ้อมแขน ก่อนปรายตามองทั้งสองคนอย่างเรียบเฉยเมื่อได้ยินคำถาม “เมื่อวานข้ารับปากฉีเอ๋อร์แล้วว่าวันนี้จะมารับ ใช่หรือไม่?”
อิ้นฉีขานรับ “อื้ม”
อิ้นซื่อมองทั้งคู่ สองคนนี้พอได้รับข่าวก็รีบนัดกันมาจวนองค์ชายยงโดยไม่พูดพร่ำสักคำ มิหนำซ้ำยังไม่คิดจะพาเขามาด้วยแม้แต่น้อย
อิ้นซื่อคร้านจะตำหนิพวกเขาต่อ จึงก้มลงมองเจ้าก้อนน้อยแสนว่าง่ายในอ้อมแขนด้วยสายตาอ่อนโยน แล้วกล่อมเสียงเบา “ไปกันเถิด พี่แปดจะพาเจ้ากลับจวน”
