ยามรุ่งสาง ทุ่งหญ้าโล่งทางตะวันออกของค่ายก็มีผู้คนมารวมตัวกันแน่นขนัดแล้ว
คังซีนั่งอยู่กลางแท่นชมการประลอง สองข้างมีเหล่าอ๋องและขุนนางจากแต่ละเผ่านั่งอยู่ ส่วนบรรดาองค์ชายก็มากันพร้อมหน้า
สนามประลองถูกล้อมไว้ด้วยเชือก ปลายด้านเหนือและใต้ต่างสร้างแท่นบัญชาการเตี้ย ๆ ขึ้นหนึ่งแห่ง ตั้งประจันหน้ากันอยู่ไกล ๆ ธงทหารสองผืนตั้งอยู่ใต้แท่นของแต่ละฝ่าย
ฝ่ายอิ้นฉีใช้ธงทหารสีเหลืองสดปักลวดลาย ส่วนฝ่ายเซ่อปู้เถิงปาเล่อจูเอ่อร์ใช้ธงทหารสีน้ำเงินที่มีตราเผ่าเค่อเอ่อร์ชิ่น องครักษ์ฝ่ายละห้าสิบคนยืนเรียงแถวอยู่คนละด้านของสนาม
อิ้นฉีกับเซ่อปู้เถิงปาเล่อร์จูเอ่อร์ต่างยืนอยู่บนแท่นบัญชาการของฝ่ายตน
แผ่นหลังของปาเล่อร์จูเอ่อร์เหยียดตรง สายตาคมกริบ เปี่ยมด้วยความห้าวหาญแห่งทุ่งหญ้า ส่วนอิ้นฉียังคงมีท่าทางนุ่มนิ่ม ในมือประคองแตรไม้ทรงกรวย ทว่าแววตากลับสงบนิ่ง
อิ้นฉีก้มหน้าตรวจสอบการแบ่งหน้าที่ของกองกำลังอีกครั้ง ก่อนยกแตรไม้ขึ้นสั่งการเสียงดัง “หน่วยหนึ่งรักษาธง หน่วยสองบุกทางกลาง หน่วยสามปีกซ้าย หน่วยสี่เป็นกองหน้า หัวหน้าหน่วยจำหน้าที่ของตนให้ดี แล้วปฏิบัติตามคำสั่ง จำไว้ นี่เป็นเพียงการซ้อมรบ หากประมือแล้วบาดเจ็บก็ไม่ต้องฝืน ให้ออกจากสนามทันที”
บนแท่นชมการประลอง อิ้นเสียงเลิกคิ้วน้อย ๆ “ฉีเอ๋อร์แบ่งคนห้าสิบคนออกเป็นสี่หน่วย ทั้งยังเลือกหัวหน้าหน่วยด้วย ช่างสะดวกขึ้นไม่น้อยจริง ๆ”
อิ้นถีพยักหน้า “พี่รองยังตั้งใจทำแตรไม้อันนี้ให้เขา ใช้สั่งการจากแท่นสูงได้สะดวก เจ้าตัวเล็กนี่ความคิดเจ้าเล่ห์มีไม่น้อย”
“ตั้งขบวนเตรียมรับคำสั่ง!” ขุนนางมองโกลผู้ทำหน้าที่ตัดสินตะโกนเสียงดัง
องครักษ์ทั้งสองฝ่ายกำไม้กระบองแน่น สายตาจับจ้องธงทหารใต้แท่นบัญชาการของฝ่ายตรงข้ามไม่วาง
องครักษ์สี่หน่วยใต้บังคับบัญชาของอิ้นฉีกลับเข้าประจำตำแหน่งอย่างรวดเร็ว รูปขบวนคล่องแคล่ว ต่างจากแถวทหารที่เรียงกันเป็นแนวอย่างที่พบเห็นทั่วไป
“เริ่มการประลอง!”
เซ่อปู้เถิงปาเล่อจูเอ่อร์ยกมือขึ้นทันที เสียงตะโกนก้องกังวานไปทั่วสนาม “บุก! ตรงไปยังแท่นบัญชาการฝั่งตรงข้าม ชิงธงสีเหลืองสดใต้แท่นมา!”
