เสิ่นเพียนจือยังไม่ทันเอ่ยปาก
เสิ่นเสี่ยวเหนียนกับเหอเสี่ยวเทียนที่อยู่ข้าง ๆ ก็ระแวดระวังขึ้นมาทันใด เต็มไปด้วยความต่อต้าน จ้องมองหญิงแปลกหน้าที่ปรากฏตัวในห้องโถง
เสิ่นเสี่ยวเหนียนยิ่งขมวดคิ้ว เธอหันไปหาเหอเสี่ยวเทียน บ่นเบา ๆ “พี่เสี่ยวเทียน ผู้หญิงคนนี้เป็นใคร แล้วทำไมคุณพ่อถึงพาเธอกลับบ้านล่ะ”
เสี่ยวเทียนเองก็ขมวดคิ้ว ส่ายหน้า แสดงว่าตัวเองก็ไม่รู้จักเธอเหมือนกัน
ในห้องโถง
เหอลี่ฉุนก็เห็นเสิ่นเพียนจือเดินเข้ามาแล้ว เขาเอ่ยเรียบ ๆ “ศาสตราจารย์เสิ่น เชิญนั่งครับ ผมขอแนะนำให้รู้จัก คุณผู้หญิงท่านนี้คือคุณหนูเสิ่น เป็นแม่แท้ ๆ ของลูกชายผม”
หลังจากคำพูดของเขาจบลง
คุณหนูเสิ่นทำท่าเขินอาย มองเสิ่นเพียนจืออย่างออดอ้อน ดูใสซื่อไร้พิษภัย “ที่แท้คุณก็คือศาสตราจารย์เสิ่นนี่เอง พวกเราสองคนแซ่เสิ่นเหมือนกัน บังเอิญจังเลยนะ”
“สวัสดีค่ะ ขอบคุณที่ดูแลเสี่ยวเทียนลูกชายของฉันนะ จากนี้ไปก็คงต้องรบกวนคุณอีกแล้ว”
คุณหนูเสิ่นยื่นมือออกมา สีหน้าเป็นมิตรต้องการจับมือกับเสิ่นเพียนจือ
ในตอนนี้
เด็กน้อยสองคนที่ตามหลังเสิ่นเพียนจือมาชะงักไปหมดแล้ว
เกิดอะไรขึ้น
คุณพ่อเข้าใจผิดหรือเปล่า
คุณแม่ของพวกเขาคือเสิ่นเพียนจือชัด ๆ แล้วคุณหนูเสิ่นที่โผล่มานี่เป็นใคร
ระหว่างที่เด็กน้อยสองคนเต็มไปด้วยคำถาม
สายตาของเสิ่นเพียนจือกวาดมองเหอลี่ฉุนอย่างมีนัยยะ จากนั้นภายใต้การจับตามองของเหอลี่ฉุน เธอทำสีหน้าสงบนิ่ง จับมือกับคุณหนูเสิ่นตรงหน้า “สวัสดีค่ะ”
เหอเสี่ยวเทียน “?”
เสิ่นเสี่ยวเหนียน “???”
ฝ่ามือแตะกันเพียงแวบเดียวก็ปล่อย เสิ่นเพียนจือชักมือกลับ สายตาหยุดอยู่ที่ใบหน้าของเหอลี่ฉุน “คุณเหอแน่ใจนะว่าไม่ได้ตามหาคนผิด”
วินาทีนี้
เสิ่นเพียนจือเริ่มสงสัยในสติปัญญาของเหอลี่ฉุนจริง ๆ
ที่แท้เขายอมลงทุนขนาดนี้ ก็เพื่อตามหาแม่แท้ ๆ ให้คุณหนูน้อยเหอ
แต่ว่า เขาก็ยังหา คนผิดอยู่ดี
