เสิ่นเสี่ยวหานไม่ได้พูดอะไรในทันที เขาจ้องมองเหอเสี่ยวเทียนที่ยืนหันหลังให้เสิ่นเพียนจืออย่างไม่ละสายตา รอคอยการเคลื่อนไหวต่อไปของอีกฝ่าย
ในตอนนั้นเอง
เสิ่นเพียนจือถึงได้สังเกตเห็นว่า ข้าง ๆ เสี่ยวหานยังมีเด็กอายุราวสี่ขวบอีกคน
เสิ่นเพียนจือก้าวเข้าไปใกล้ มือวางลงบนตัวเด็กน้อยที่หันหลังให้เธอ "หนูน้อย หนูเป็นลูกชายของคุณเหอใช่ไหมจ๊ะ หนูชื่ออะไรเหรอ"
ดวงตาของเหอเสี่ยวเทียนที่แดงก่ำอยู่แล้ว บัดนี้มีน้ำตาคลอหน่วยเต็มที
เขากัดริมฝีปากล่างแน่น พยายามกลั้นไม่ให้น้ำตาหยดลงมา
เสิ่นเสี่ยวหานถอนหายใจเบา ๆ ก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าวแล้วดึงแขนเสิ่นเพียนจือ พยายามเบี่ยงเบนความสนใจ "คุณแม่ครับ ผมเห็นว่าตำแหน่งของคุณแม่ไม่อยู่ที่โรงพยาบาล กังวลว่ามีอะไรเกิดขึ้นเลยตามมาหา เราจะกลับกันเมื่อไหร่ครับ"
เมื่อได้ยินคำพูดของลูกชาย ใจของเสิ่นเพียนจือก็อบอุ่นขึ้น เธอย่อตัวลงจัดเสื้อผ้าให้เสี่ยวหาน "คุณแม่ยังต้องทำงานต่อ คงต้องรออีกสักพักถึงจะกลับได้"
"อ๋อ อย่างนั้นเองเหรอครับ" เสิ่นเสี่ยวหานพยักหน้า แล้วขยับตัวบังสายตาของเสิ่นเพียนจืออย่างเป็นธรรมชาติ "คุณแม่ครับ เสี่ยวหานอยู่ที่นี่กับคุณแม่ด้วยได้ไหมครับ เสี่ยวหานอยากอยู่เป็นเพื่อนคุณแม่"
เสิ่นเพียนจือไม่ได้สังเกตเห็นอะไรผิดปกติ เธอพยักหน้า ใบหน้าเย็นชาปรากฏรอยยิ้มบาง ๆ "ได้จ้ะ"
เธอกำลังจะก้าวข้ามลูกชายไป ถามอีกครั้งว่าเด็กชายที่หันหลังให้เธอคือใคร
ด้านหลัง
เสียงของเหอลี่ฉุนดังขึ้นด้วยโทสะเล็กน้อย "เสี่ยวเทียน ลูกไม่ควรวิ่งออกมาคนเดียว มานี่"
เสิ่นเพียนจือขมวดคิ้ว กำลังจะเอ่ยเตือนเหอลี่ฉุนว่าการทำแบบนั้นทำให้เด็กตกใจได้ง่าย
แต่เสี่ยวหานก็ขยับเข้ามาอีกครั้ง ยื่นแขนทั้งสองข้างโอบรอบคอเสิ่นเพียนจือ "คุณแม่ครับ อุ้มหน่อย"
ตั้งแต่เกิดจนถึงตอนนี้ เสี่ยวหานแทบจะไม่ออดอ้อนเธอเลย ยกเว้นตอนป่วย
เสิ่นเพียนจือตื่นตระหนก ลืมเรื่องครอบครัวของตระกูลเหอไปจนหมด รีบเอื้อมมือไปแตะหน้าผากเสี่ยวหาน
