ตอนที่ 3 นายนี่สุดยอดไปเลย
【ผ้าเช็ดหน้าธรรมดาสำหรับซับเหงื่อ】
【ระดับ: ขาว】(ขาวくน้ำเงินくเขียวくม่วงくทอง)
【เอฟเฟกต์: เพิ่มการรับรู้กลิ่น 150% ภายใน 3 วินาที】
【คำอธิบาย: สูดเข้าไปหนึ่งที สมองแล่นปลอดโปร่ง】
หลินอวี่เลิกคิ้ว นี่คือพลังพิเศษของเขาเนี่ยนะ?
มองเห็นและเข้าถึงอุปกรณ์ไอเทมบนตัวละครได้? แล้วไอเทมพวกนี้ยังมีเอฟเฟกต์พิเศษอีก?
ในเกมไม่เคยมีการตั้งค่าแบบนี้มาก่อน แต่ตอนนี้ไม่ใช่เวลามานั่งกังวลเรื่องนี้
“เอลิยา” หลินอวี่พยายามทำเสียงให้ราบเรียบ “เธอช่วยยืมผ้าเช็ดหน้านั่นให้ฉันหน่อยได้ไหม?”
เอลิยาหันมามองหลินอวี่แวบหนึ่ง รู้สึกงง ๆ แต่ก็ล้วงผ้าเช็ดหน้าออกจากตะกร้าส่งให้
“ถ้านายจะเช็ดเหงื่อก็เช็ดได้นะ แต่ว่าตอนนี้เราต้องหาทางก่อน...”
หลินอวี่รับผ้าเช็ดหน้ามา จากนั้นก็กดลงบนใบหน้าสูดเข้าปอดเต็มแรงทีหนึ่ง
กลิ่นของผ้าฝ้าย กับกลิ่นสมุนไพรจาง ๆ ที่ติดตัวเอลิยาหลงเหลืออยู่ ผสมกับกลิ่นเหงื่อเล็กน้อย
ไม่มีอะไรพิเศษ
แต่ในวินาทีต่อมา เหมือนมีสวิตช์บางอย่างในโพรงจมูกของหลินอวี่ถูกเปิดขึ้น อากาศพลันมีมิติขึ้นมา
เขาสามารถได้กลิ่นไส้เดือนที่เลื้อยผ่านใต้ดิน ได้กลิ่นสาบสัตว์ของหมาป่าอสูรที่อยู่ห่างออกไปสามสิบก้าว กลิ่นแรงเหมือนมีคนเอาน้ำเน่าสาดใส่หน้าเขา
และทางซ้ายมือนั้น มีกลิ่นหนัก ๆ ของขนสัตว์และซากเน่าลอยมา หนักและกดดันยิ่งกว่ากลิ่นสาบของหมาป่าอสูรเสียอีก
หมีถ้ำอยู่ลึกเข้าไปในทางแยกซ้ายนั่น และกำลังเคลื่อนเข้ามาใกล้ นี่อาจเป็นเหตุผลที่หมาป่าอสูรไม่กล้าบุ่มบ่ามโจมตี
ถือโอกาสนี้ หลินอวี่ไม่ลังเล ล็อกเป้าหมายเส้นทางที่ถูกต้องไปยังลำธารอย่างรวดเร็ว
กลิ่นชื้นอ่อน ๆ ของสายน้ำ ติดกลิ่นตะไคร่น้ำและพืชน้ำนิด ๆ รินรดอยู่ที่ปลายจมูก
ทางขวานั่นมีอยู่จริง และเส้นทางนั้นไม่มีกลิ่นของอสูรร้ายขนาดใหญ่
เมื่อแน่ใจข้อมูลเหล่านี้แล้ว หลินอวี่ก็ลดเสียงลงพูดว่า “มากับฉัน ทางขวา หลังพุ่มไม้หนามนั่นมีทาง”
เอลิยาเบิกตากว้าง “นายรู้ได้ไงว่า...”
“เชื่อฉัน” หลินอวี่จับข้อมือเธอไว้ “อย่าวิ่ง ค่อย ๆ เดินไป”
ทั้งสองแนบชิดขอบทาง เคลื่อนตัวไปทางด้านหน้าขวาอย่างเงียบกริบ
หัวของหมาป่าอสูรหมุนตามทิศทางพวกเขา เสียงครางต่ำในลำคอดังขึ้น
ขาหลังเกร็งแน่นขึ้นอีก อุ้งเท้าตะกุยกระแทกพื้นสองที ฝุ่นดินปลิวกระจาย
หลินอวี่รู้สึกว่ามือของเอลิยากำลังสั่น
ข้อมือเธอเล็กมาก ผิวลื่นนุ่ม อาจเป็นเพราะตื่นเต้น ชีพจรจึงเต้นเร็วมาก
“อีกสองก้าว ถึงแล้ว” หลินอวี่ยื่นมือผลักพุ่มไม้หนามนั่นออก
กิ่งใบดีดกลับ เผยให้เห็นช่องแคบ ๆ ด้านหลัง แคบพอให้คนเบียดตัวผ่านได้
เสียงคำรามต่ำดังมาจากด้านหลัง หมาป่าอสูรเคลื่อนไหวแล้ว
หลินอวี่ไม่หันกลับไปมอง เขาผลักเอลิยาไปข้างหน้าแล้วรีบเบียดตัวแทรกเข้าไปในช่องนั้น
ไหล่ถูกกิ่งไม้ข่วน แสบร้อนขึ้นมา
ด้านหลังมีเสียงหมาป่าอสูรพุ่งตะปบพลาด และเสียงอุ้งเท้าตะกุยพุ่มไม้
แต่พุ่มไม้พวกนั้นขึ้นหนาแน่น รูปร่างของหมาป่าอสูรเบียดเข้ามาไม่ได้เลย
ทั้งสองเดินอยู่ในช่องแคบนั้นประมาณยี่สิบก้าว ภาพตรงหน้าก็เปิดกว้างขึ้นทันที
ลำธารสายหนึ่งขวางอยู่ข้างหน้า น้ำไม่ลึก ใสจนเห็นพื้น ก้นลำธารเต็มไปด้วยกรวดและต้นน้ำเตี้ย ๆ
พุ่มไม้ด้านหลังยังมีเสียงดัง หมาป่าอสูรวนอยู่ข้างนอกสองรอบก่อนคำรามต่ำออกมาครั้งหนึ่ง เสียงฝีเท้าค่อย ๆ ห่างไป
ผ่านไปครึ่งนาที ความเคลื่อนไหวทางฝั่งพุ่มไม้นั้นก็เงียบสนิท
หลินอวี่ปล่อยข้อมือเอลิยา ถอยออกมาหนึ่งก้าว
เอลิยายืนอยู่ริมลำธาร หน้าอกยังกระเพื่อมขึ้นลงรุนแรง
ชุดผ้าหยาบเปียกโชกเหงื่อแนบติดกาย เงาของทรวงอกอิ่มเอิบสองข้างเคลื่อนตามลมหายใจขึ้น ๆ ลง ๆ ผิวขาวเนียนแถวคอเสือระเรื่อแดง
เธอปรับลมหายใจอยู่หลายวินาทีถึงเอ่ยปาก “จะ จริง ๆ นะ ขอบคุณมากเลย ว่าแต่ นายรู้ได้ไงว่าตรงนี้มีทาง?”
เสียงยังสั่นด้วยความตื่นเต้นเมื่อครู่ หางเสียงสั่นพร่า
หลินอวี่ยิ้ม ไม่ตอบตรง ๆ “ข้ามธารไปก่อนเถอะ เกิดเจ้าตัวนั่นมันอ้อมทางไล่มาก็ยุ่งยาก”
เอลิยามองหลินอวี่แวบหนึ่ง ไม่ซักต่อ
เธอก้มลงมองรองเท้าผ้าเย็บมือที่เท้า พื้นรองเท้าเปื้อนโคลนเต็ม หน้ารองเท้าก็เปียกน้ำค้างแล้ว ถ้าเอาไปลุยน้ำรองเท้าคู่นี้คงพังแน่
เธอยองลง นิ้วมือสอดเข้าไปรั้งส้นรองเท้าเพื่อถอด
รองเท้าผ้าถอดยาก ถุงเท้าคอยเสียดสีกับฝ่าเท้า เธอกัดริมฝีปากเล็กน้อย ออกแรงดึง
รองเท้าหลุดออกตามแรง เผยให้เห็นเท้าที่หุ้มด้วยถุงเท้าผ้าฝ้าย
ถุงเท้าสีเทาอ่อน ข้อเท้ามีรอยถูกถุงเท้ารัดเป็นรอยบาง ๆ
เธอยกเท้าข้างหนึ่งขึ้นเหยียบบนหลังเท้าอีกข้าง ขัดโคลนที่พื้นรองเท้าออก ท่าทางเป็นธรรมชาติและคล่องแคล่ว ไม่มีความเขินอายเลยแม้แต่น้อย
จากนั้นก็ถอดรองเท้าอีกข้างออก ถือรองเท้าทั้งสองไว้ในมือ
ถุงเท้าเปียกชุ่มด้วยน้ำค้างและเหงื่อ เนื้อผ้าโปร่งแสง มองเห็นโครงร่างของนิ้วเท้าด้านในเลา ๆ
นิ้วเท้าเรียวสวย เล็บเท้าตัดแต่งอย่างเรียบร้อย เส้นเอ็นบนหลังเท้าเป็นสีฟ้าจาง ๆ ดุจเส้นใบไม้ที่ทอดผ่าน
เอลิยาถือรองเท้า มือหนึ่งประคองตะกร้า เท้าเปล่าเหยียบลงบนกรวดริมธาร
หินที่ยื่นออกมาทิ่มแทงเท้า นิ้วเท้าของเธอหดงอเข้าตามสัญชาตญาณ หลังเท้าโก่งโค้งเป็นเส้นสายที่สวยงาม
“นายพูดถูก เราควรรีบออกไปจากที่นี่” เธอหันมามองหลินอวี่แวบหนึ่ง พูดด้วยท่าทางตื่นตระหนก
จากนั้นก็ก้าวเหยียบน้ำลงไปในลำธาร
น้ำในลำธารไม่ลึก แค่ตาตุ่ม ชายกระโปรงเปียกน้ำไปส่วนหนึ่ง เนื้อผ้าติดอยู่กับน่อง ขับเส้นน่องให้ชัดเจน
ยามบิดเอว เค้าโครงสะโพกใต้กระโปรงปรากฏขึ้นเลือนราง
ละอองน้ำกระเด็นขึ้นเปียกชายกระโปรงเธอ
เธอเดินไม่เร็ว แต่ทุกย่างก้าวมั่นคง
หลินอวี่เดินตามหลัง สายตาหยุดอยู่ที่ท่วงท่ายามเท้าเปล่าเหยียบผ่านก้อนกรวดของเธอ
ข้อเท้าของเธอเรียวเล็ก เส้นเอ็นร้อยหวายตึงเป็นเส้นโค้งเรียวงาม ทุกย่างก้าวเหยียบลงไปทิ้งรอยน้ำตื้น ๆ ไว้
ข้ามธารมาแล้ว เอลิยานั่งลงบนก้อนหินเรียบก้อนหนึ่ง วางตะกร้าและรองเท้าไว้ข้าง ๆ
เธอก้มลงบิดน้ำออกจากชายกระโปรง จากนั้นก็ก้มหน้าก้มตาเช็ดคราบโคลนออกจากเท้า
“เมื่อกี้ตกใจแทบตาย” เธอเช็ดไปพลางพูดพลาง เงยหน้ามองหลินอวี่แวบหนึ่ง
“ถ้าไม่ใช่นาย วันนี้ฉันคงสิ้นชีพแน่”
“ไม่ถึงขนาดนั้นหรอก” หลินอวี่นั่งลงข้าง ๆ เอลิยา รักษาระยะห่างกำลังพอดี
“ไม่ถึงขนาดที่ไหนกัน? ฉันไม่เคยเจอหมาป่าอสูรบนเส้นทางนั้นมาก่อนเลย” เอลิยาใส่เท้าที่เช็ดแห้งแล้วลงในรองเท้า ผูกเชือกให้แน่น หันมามองหลินอวี่
“นายนี่กล้ามากเลยนะ สถานการณ์เมื่อกี้ยังใจเย็นได้ขนาดนั้น”
“แกล้งทำน่ะ” หลินอวี่กระตุกยิ้มมุมปาก
เอลิยาไม่เชื่อ ยิ้มออกมา ตอนยิ้มตาทั้งคู่โค้งเป็นรูปพระจันทร์เสี้ยว มุมตามีริ้วรอยจาง ๆ ไม่ทำให้ดูแก่ แต่กลับเพิ่มเสน่ห์ของหญิงสาวผู้สุกงอมเข้าไปอีกหลายส่วน
เธอใส่รองเท้าเสร็จแล้วลุกขึ้น ปัดฝุ่นบนกระโปรง “ไปเถอะ ฟ้าใกล้จะมืดแล้ว อยู่ต่ออีกก็ต้องคลำทางกลับในที่มืดน่ะสิ”
ทั้งสองเดินเลียบลำธารไปทางท้ายน้ำ ทางเดินดีกว่าเมื่อก่อนมาก พื้นเรียบ ไม่ค่อยมีวัชพืช
เดินไปประมาณสิบนาที ป่าเริ่มเบาบางลง มองเห็นควันไฟจากปล่องไฟหมู่บ้านอยู่ไกล ๆ
พอใกล้ถึงปากหมู่บ้าน เอลิยาก็เอ่ยปากขึ้นมาทันที
“อ้อ เมื่อกี้นายขอยืมผ้าเช็ดหน้าฉันไปทำไมกัน? แล้วยัง... ยังสูดมันแบบนั้นแรง ๆ อีก ทำให้ฉันนึกว่านายเป็นคนประหลาดอะไรสักอย่างแน่ะ”
พอพูดมาถึงตอนสุดท้าย น้ำเสียงเธอดูผิดปกติเล็กน้อย ติ่งหูแดงก่ำ
หลินอวี่เตรียมคำแก้ตัวไว้แล้ว “ฉันมีนิสัย เวลาต้องการสมาธิจะดมอะไรที่มีกลิ่นแรง ๆ เพื่อกระตุ้นสมอง ผ้าเช็ดหน้าของเธอมีกลิ่นสมุนไพร แล้วก็กลิ่นแรงดีด้วย ใช้ได้พอดีเชียว”
“กลิ่นสมุนไพร?” เอลิยาถือผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาดมอย่างงง ๆ “ทำไมฉันไม่ได้กลิ่น?”
“สงสัยจมูกฉันไวเป็นพิเศษ” หลินอวี่กล่าวส่ง ๆ ไป
เอลิยามองเขาแวบหนึ่ง ไม่ถามอะไรอีก
เธอปัดปอยผมเปียก ๆ ไปไว้หลังใบหู เผยให้เห็นโครงหน้าที่เรียบเนียน
แสงอาทิตย์ยามเย็นสาดกระทบตัวเธอ ชุดผ้าหยาบกลายเป็นสีเหลืองอุ่น ทรวดทรงอวบอิ่มของหน้าอกเด่นชัดขึ้นท่ามกลางแสงย้อน
“ยังไงก็ตาม วันนี้ขอบคุณนายมากจริง ๆ” เอลิยาหยุดเท้า มองหลินอวี่อย่างจริงจัง “เดิมทีฉันต้องเป็นคนพานายมาแท้ ๆ แต่กลับกลายเป็นนายช่วยฉันซะนี่”
“โชคดีน่ะ”
“ไม่ใช่โชค” เอลิยาส่ายหน้า “นายนี่สุดยอดจริง ๆ”
พูดจบเธอหยุดชะงัก แล้วพูดเสริมอีกประโยค “อ้อ นายบอกว่านายมาจากเมืองซิลลา แล้วหาที่พักได้หรือยัง?”
หลินอวี่ส่ายหน้า
“ถ้าเช่นนั้น หากนายไม่รังเกียจ...” เอลิยาลังเลอยู่ครู่หนึ่ง
“บ้านฉันยังมีห้องว่างอยู่ห้องหนึ่ง ถึงจะไม่ใหญ่ แต่พักอาศัยได้ แค่ว่าสภาพมันเก่า ๆ นายอย่าถือสาเลยนะ”
“ไม่รังเกียจหรอก” หลินอวี่ยิ้ม “งั้นก็ต้องรบกวนแล้ว”
เอลิยาพยักหน้า หันหลังเดินนำต่อไป
เธอเดินอยู่ข้างหน้า ฝีเท้าเบากว่าตอนแรกมาก
สายลมยามค่ำพัดมา ชายกระโปรงพัดพลิ้วแนบกาย แนวเอวและเค้าโครงสะโพกผลัดกันเผยให้เห็น
หลินอวี่ย้ายสายตากลับมา เดินตามอยู่ด้านหลัง