เซี่ยงั่นอุ้มเด็กน้อย เดินยิ้มแย้มเข้าไปหาฮูหยินผู้เฒ่าเฉิง น้ำเสียงสนิทสนมเป็นธรรมชาติ “ท่านแม่ วันนี้แม่ของข้าก็มาด้วย นั่งอยู่ข้างท่านพอดี พวกท่านคุยกันให้เต็มที่เถิด ปกติแม่ข้ามักพูดถึงท่านอยู่เสมอ ชมว่าท่านดูแลบ้านได้ดี นางอยากสนิทสนมกับท่านมานานแล้ว”
กล่าวจบ ฟู่ฮุ่ยจวินก็พาเซี่ยหมิงหยางไปนั่งข้างโต๊ะอย่างคล่องแคล่ว ก่อนฮูหยินผู้เฒ่าเฉิงจะทันตัดสินใจเสียอีก
ชิงเหอพาน้องสาวหลายคนมาร่วมยินดีกับเซี่ยงั่น เด็กสาวทั้งหลายแต่งกายสะอาดสะอ้าน ผมเผ้าเรียบร้อย ยืนเรียงแถวกันแล้วเอ่ยเสียงใสว่า “ท่านอาสะใภ้ วันนี้เป็นวันครบเดือนของน้องชาย พวกเรามาร่วมยินดีกับท่านอาสะใภ้ ขอให้น้องชายอายุยืนร้อยปี ปลอดภัยราบรื่น”
เซี่ยงั่นยิ้มจนดวงตาหยี หยิบลูกกวาดมาแจกเด็กคนละถุง ถุงเล็ก ๆ พองตุงไปด้วยลูกกวาด เด็กสาวทั้งหลายยิ้มจนหุบปากไม่ลง
เซี่ยงั่นยังพาสามยากับสี่ยาที่อายุยังน้อยมาอยู่ข้างกาย จูงมือไว้ข้างละคน งานเลี้ยงทั้งงานจึงครึกครื้น เสียงหัวเราะดังไม่ขาดสาย
ฮูหยินผู้เฒ่าเฉิงสายตาเฉียบคม เพียงมองปราดเดียวก็เห็นกำไลเงินอายุยืนที่คอเด็กน้อย กำไลเงินวาววับห้อยอยู่นอกผ้าห่อตัว เห็นชัดจนยากจะมองข้าม เซี่ยงั่นจงใจสวมให้ซู่อวี้เยี่ยนไว้ในตำแหน่งที่สะดุดตา ก็เพื่อรอให้ฮูหยินผู้เฒ่าเฉิงถามนั่นเอง
“กำไลเงินอายุยืนชิ้นนี้มาจากไหนหรือ?” ฮูหยินผู้เฒ่าเฉิงหรี่ตา น้ำเสียงเจือแววพินิจพิจารณา
