นับแต่จัดงานเลี้ยงครบเดือน เฉิงจาวตี้ก็แทบไม่มีฐานะเป็นนายหญิงในตระกูลเฉิงอีกต่อไป โดยเฉพาะซู่อวี้เยี่ยน แม้ยังเด็กแต่กลับดูราวกับสัมผัสได้ว่าใครดีใครร้าย เขาชื่นชอบพี่น้องชิงเหออยู่หลายคน และเกลียดอู๋เยว่หงกับบุตรสาวอย่างยิ่ง
แต่อู๋เยว่หงถูกฮูหยินผู้เฒ่าเฉิงล้างสมองจนแทบไม่เหลือสติ นางไม่รักใคร่บุตรของตนเอง กลับเอาใจใส่ซู่อวี้เยี่ยนเป็นพิเศษ ทุ่มเทจิตใจทั้งหมดให้เขา
วันนี้รังนกที่เตรียมไว้บำรุงร่างกายให้ซู่อวี้เยี่ยนถูกเฉิงจาวตี้แอบกินเข้าไป อู๋เยว่หงจึงตรงเข้าไปทุบตีนางเสียยกใหญ่ จนแผ่นหลังของเฉิงจาวตี้แตกยับ
หลายปีมานี้ทุกคนคล้ายจะเคยชินกับเรื่องเช่นนี้ คนอื่นยังมีเซี่ยงั่นคอยดูแล แต่เฉิงจาวตี้ผู้นี้ นับแต่ถูกตราหน้าว่าเป็นตัวกาลกิณี ใครเล่าจะกล้าปกป้องนาง
เฉิงจาวตี้นอนคว่ำอยู่ในห้องข้างแคบ ๆ ที่ลมรั่ว แผลบนหลังตกสะเก็ดแล้วก็ปริแตกซ้ำ เสื้อผ้าแนบติดเนื้อ พอดึงออกมาก็มีน้ำเหลืองติดออกมาเป็นแถบ
ไม่มีใครทายาให้ วันเวลาที่เหลือจึงมีแต่ต้องกัดฟันทน ทนจนแผลส่งกลิ่นเหม็น ฮูหยินผู้เฒ่าเฉิงรำคาญกลิ่นในห้อง จึงย้ายให้นางไปอยู่ข้างห้องเก็บฟืน
ต้องรู้ไว้ว่าในชาติก่อน ต่อให้นางแค่เผลอถลอก ฮูหยินผู้เฒ่าเฉิงก็ยังอุ้มนางไว้ปลอบด้วยความสงสารอยู่นาน
คราวก่อนนางไอกลางดึกจนปลุกอู๋เยว่หง วันรุ่งขึ้นก็ถูกลงโทษให้คุกเข่าสองชั่วยาม หัวเข่าบวมเป่งราวกับหมั่นโถว
นอกจากถูกตีและด่าทอแล้ว สิ่งที่ทรมานยิ่งกว่าคือความไม่เป็นธรรมเล็ก ๆ น้อย ๆ เหล่านั้น ในฤดูหนาว แต่ละเรือนต่างได้รับถ่าน พอถึงคราวเฉิงจาวตี้ หญิงรับใช้ผู้ดูแลก็วางตะกร้าถ่านลงกับพื้น ข้างในมีแต่เศษผงกับก้อนหิน ถ่านดี ๆ รวมกันแล้วมีอยู่ไม่กี่ก้อน
