วันนี้มู่เสวี่ยเพิ่งจะมีเรี่ยวแรงขึ้นมาบ้างอย่างยากลำบาก พอจะพูดได้ไม่กี่คำ แต่กลับไม่เห็นหลิงตัง นางฝืนหันหน้าไปถามสาวใช้ที่เฝ้าอยู่ข้างเตียงว่า “ข้าถามพวกเจ้า หลิงตังอยู่ที่ใด?”
สาวใช้รอบข้างต่างพากันคุกเข่าลง ก่อนหน้านี้ท่านหญิงน้อยสั่งไว้แล้วว่าไม่ให้พวกนางไปขอร้องผู้ใดอีก แต่จะให้พวกนางทนมองท่านหญิงน้อยรอวันสิ้นใจอยู่เฉย ๆ ได้อย่างไร!
“พี่หลิงตัง...ไปขอร้องพระสวามีแล้วเจ้าค่ะ”
มู่เสวี่ยได้ยินดังนั้น สีหน้าพลันเปลี่ยนไป “ข้าไม่ได้ห้ามพวกเจ้าไว้หรือ? รีบไปช่วยหลิงตังเร็ว!”
นางดิ้นรนจะลงจากเตียง ทว่าทั่วร่างไร้เรี่ยวแรงแม้แต่น้อย เพียงขยับตัว ร่างทั้งร่างก็ร่วงจากเตียงลงไปกองกับพื้นอย่างแรง ไอจนแทบขาดใจ
ประจวบเหมาะกับตอนนั้น หลิงตังพาหมอหลวงกับเซี่ยงั่นมาถึง หลิงตังแนะนำว่า “พระสวามี ท่านหญิงอยู่ด้านในเจ้าค่ะ แต่หากพวกท่านจะเข้าไป จำเป็นต้องเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อน”
ที่จริงเซี่ยงั่นเพียงส่งหมอหลวงมา หลิงตังก็ซาบซึ้งใจมากแล้ว ใครจะคิดว่านางจะมาดูอาการด้วยตนเองอีก
เซี่ยงั่นไม่หวาดกลัวแม้แต่น้อย ปล่อยให้หลิงตังกับคนอื่น ๆ พันผ้าคลุมตัวนางไว้หลายชั้น ทั้งยังสวมผ้าปิดหน้าก่อนจะเข้าไป หมอหลวงเองก็หอบยามาหลายชนิด
เมื่อหลิงตังเห็นมู่เสวี่ยฟื้นแล้ว ก็เอ่ยอย่างยินดีว่า “ท่านหญิง พระสวามีมาแล้วเจ้าค่ะ หมอหลวงก็มาแล้ว พระสวามีมาช่วยท่านแล้ว ท่านจะรอดแล้วเจ้าค่ะ!”
มือของเซี่ยงั่นถูกห่อด้วยผ้าเช็ดหน้า แต่ก็ยังยื่นไปแตะหน้าผากมู่เสวี่ย อุณหภูมิร้อนจัด แม้ผ่านผ้าก็ยังสัมผัสได้ “หมอหลวง รีบมาดูอาการท่านหญิง อย่าปล่อยให้อาการทรุดไปกว่านี้”
เซี่ยงั่นกำลังจะจากไป มู่เสวี่ยพลันคว้ามือนางไว้ “เหตุใดท่านจึงช่วยข้า?”
