ปั๋วเย่กลับบ้านด้วยใจหวั่น ๆ ระหว่างทางเขาเอาแต่คิดวนเวียนถึงคำพูดของเซี่ยงั่น ยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกว่ามีบางอย่างไม่ชอบมาพากล ฝีเท้าจึงเร่งเร็วขึ้นเรื่อย ๆ เขาต้องถามให้รู้เรื่องว่าหาวเหวินเหวินปิดบังอะไรเขาไว้บ้าง
แต่พอผลักประตูเข้าไป ในบ้านกลับมืดสนิท ไม่มีแม้แต่ไฟสักดวง ขณะที่เขากำลังยืนงง จู่ ๆ ก็มีแสงอบอุ่นสว่างขึ้นจากทางห้องครัว หาวเหวินเหวินถือเค้กก้อนเล็กเดินออกมาจากความมืด บนเค้กปักเทียนอยู่หลายเล่ม เปลวไฟไหวระริกสะท้อนรอยยิ้มบนใบหน้าของเธอ
“สุขสันต์วันเกิด สุขสันต์วันเกิด...”
หาวเหวินเหวินกำลังร้องเพลงวันเกิดให้ปั๋วเย่ เสียงของเธอหวานใส ใบหน้าเปื้อนยิ้ม ขณะค่อย ๆ เดินมาหาเขาทีละก้าว แล้วยกเค้กขึ้นตรงหน้า “ปั๋วเย่ สุขสันต์วันเกิด!”
ปั๋วเย่ยืนนิ่งอยู่ตรงประตู ราวกับถูกตรึงไว้ เขาลืมไปสนิทว่าวันนี้เป็นวันเกิดของตัวเอง หรือจะพูดให้ถูกคือ เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าวันเกิดตัวเองตรงกับวันไหน
หาวเหวินเหวินวางเค้กลงบนโต๊ะ ก่อนดึงเขาให้นั่งลง แล้วเท้าคางมองเขาอย่างคาดหวัง “รีบเป่าเทียนสิ อธิษฐานด้วยนะ”
ปั๋วเย่มองเปลวเทียนที่ไหวระริก แล้วหันไปมองรอยยิ้มจริงใจบนใบหน้าของหาวเหวินเหวิน คำถามที่อัดแน่นอยู่ในใจพลันติดค้างอยู่ตรงลำคอ ไม่ว่าอย่างไรก็พูดไม่ออก
เขาลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยขึ้นในที่สุด “เหวินเหวิน อยู่ด้วยกันมาตั้งนานแล้ว ฉันยังไม่เคยเจอครอบครัวตัวเองเลย ทำไมพวกเขาถึงไม่มาเยี่ยมฉันล่ะ”
รอยยิ้มบนใบหน้าหาวเหวินเหวินชะงักไปชั่วขณะ มือที่ซ่อนอยู่ใต้โต๊ะกำแน่น เธอใช้เวลานานกว่าจะเค้นคำพูดออกมาได้ “ปั๋วเย่ ลืมไปแล้วเหรอ? ตอนนั้นคุณแอบหนีออกมานี่ ครอบครัวคุณไม่เห็นด้วยที่เราจะอยู่ด้วยกัน”
