พอได้ยินว่าเซี่ยงั่นจะพาพวกนางกลับไปเยี่ยมท่านย่า เด็กสาวทั้งสองก็ชะงักไปก่อน จากนั้นขอบตาก็แดงก่ำ ต่างคว้าชายเสื้อของเซี่ยงั่นไว้คนละข้าง เสียงสั่นเครือ “ท่านอาสะใภ้ พวกเราทำอะไรไม่เชื่อฟังหรือเจ้าคะ? ท่านไม่ต้องการพวกเราแล้วหรือ?”
เซี่ยงั่นถึงได้รู้ว่าพวกนางเข้าใจผิด รีบย่อตัวลงกอดเด็กทั้งสองไว้ในอ้อมแขน แล้วใช้มือข้างหนึ่งตบหลังปลอบคนละคน “พูดเหลวไหลอะไรกัน? ข้าเลี้ยงพวกเจ้ามาตั้งแต่เล็ก ต่อให้แม่ของพวกเจ้ากลับมา ข้าก็ไม่ยอมให้นางพาพวกเจ้าไปหรอก คราวนี้ให้กลับไปก็เพื่อไปเยี่ยมท่านย่า จะได้ไม่ถูกคนอื่นพูดว่าอกตัญญู ข้าเลี้ยงพวกเจ้ามากับมือ จะตัดใจทิ้งพวกเจ้าได้อย่างไร? ถ้ายังคิดเหลวไหลอีก ท่านอาสะใภ้จะโกรธแล้วนะ”
เด็กทั้งสองซบอยู่ในอ้อมแขนของนาง สะอึกสะอื้นตอบรับ แต่ถึงอย่างไร พอเอ่ยถึงอู๋เยว่หง พวกนางก็รู้สึกสนิทสนมด้วยไม่ลง ในความทรงจำที่หลงเหลืออยู่ มีเพียงพี่สาวคนโตที่ดีกับพวกนางอยู่บ้าง ส่วนภาพอื่นล้วนเป็นเงาของท่านอาสะใภ้ที่คอยวุ่นวายดูแลพวกนาง
ส่วนอู๋เยว่หงนั้น ถงเอ๋อร์กับซู่ไป๋เคยบอกเซี่ยงั่นว่า นางเอาแต่คิดอยากมีลูกชาย ไม่ชอบลูกสาว
เซี่ยงั่นไม่ได้เตรียมของมีค่าอะไรไปด้วย นางเพียงนำหมูสามชั้นติดมันไปเล็กน้อย แล้วเก็บอาหารอย่างอื่นอีกสองสามอย่าง ก่อนเตรียมออกเดินทาง ข้างนอกวุ่นวายโกลาหล นางเป็นผู้หญิงคนเดียวพาเด็กออกจากบ้าน หากไม่อยากถูกปล้น ก็จำต้องให้ทหารติดตามไปด้วย
