หลินเอี้ยนจือพาเวินหลินกับบุตรสาวกลับถึงจวน ฟ้าก็มืดครึ้มลงแล้ว บ่าวไพร่ต่างก้มหน้าหลบไป ไม่มีใครกล้าเข้ามาหาเรื่องนางในยามนี้
เวินหลินเดินตามหลัง มือหนึ่งประคองบุตรสาวตัวน้อย อีกมือหิ้วห่อผ้าเก่า ๆ ใบหนึ่ง สีหน้าเหนื่อยล้าและระมัดระวังตัวอย่างที่สุด
กระทั่งเข้ามาในโถงใหญ่ หลินเอี้ยนจือจึงหันขวับกลับมา ดวงตาของนางแดงก่ำน่ากลัว ราวกับอดหลับอดนอนมาทั้งคืนแล้วถูกเลือดชโลม จ้องเวินหลินเขม็ง สายตานั้นแทบจะถลกหนังเขาออกมา
นางก้าวเข้าหาทีละก้าว เสียงลอดไรฟันว่า “ใครใช้ให้เจ้ามาหาข้า?”
เวินหลินอ้าปาก ยังไม่ทันได้เอ่ย หลินเอี้ยนจือก็คว้าห่อผ้าในมือเขาไป แล้วฟาดลงกับพื้นอย่างแรง ห่อผ้าคลายออก เสื้อผ้าเก่า ๆ หลายชิ้นที่ซักจนสีซีดกลิ้งออกมา
หลินเอี้ยนจือขึ้นเสียงสูงฉับพลัน ถ้อยคำแหลมบาดหู “เจ้าเป็นเพียงบุตรพ่อค้า จะคู่ควรกับจอหงวนอย่างข้าได้อย่างไร? ตอนนี้ข้าไม่มียศตำแหน่งแล้ว เจ้าคงดีใจมากสินะ! พอใจแล้วหรือยัง!”
เวินหลินยืดตัวขึ้น ใบหน้าซีดขาว ทว่ายังคงข่มเสียงเอ่ยว่า “เอี้ยนจือ ข้าไม่ได้หมายความเช่นนั้น เดิมทีพวกเราก็เป็นครอบครัวเดียวกันอยู่แล้ว เจ้ามองซวี่เอ๋อร์สิ เจ้าไม่คิดถึงนางหรือ? พวกเราก็เป็นห่วงเจ้ามากเช่นกัน!”
“เป็นห่วงข้าหรือ?” หลินเอี้ยนจือราวกับได้ฟังเรื่องน่าขันที่สุดในใต้หล้า “หลินเอี้ยนจืออย่างข้าต้องให้พวกเจ้าเป็นห่วงด้วยหรือ? พวกเจ้าคู่ควรหรือ?”
ถ้อยคำของนางยิ่งพูดยิ่งร้ายกาจ เวินหลินแม้จะโกรธอยู่ในใจก็ทำอะไรไม่ได้
เมื่อเห็นพ่อลูกทั้งสองยอมรับชะตากรรมเช่นนั้น เพลิงโทสะในใจหลินเอี้ยนจือกลับยิ่งโหมแรงขึ้น นางพลันหันไปสั่งพ่อบ้านว่า “ไปพาชุยเมิ่งเซิงกลับมา”
พ่อบ้านชะงัก “ใต้เท้า คุณชายชุยเพิ่งถูกส่งตัวออกไปเมื่อไม่กี่วันก่อน...”
