จับสลากเสร็จตอนเช้า พอตกบ่ายก็เริ่มวัดพื้นที่กันทันที
เย่ชุนเซิงเป็นคนแรก เพราะมีการแจ้งไว้แล้วว่าจะมาวัดบ้านของเธอก่อน เธอเตรียมบัตรประชาชน ทะเบียนบ้าน หนังสือรับรองที่ดินในเขตหมู่บ้าน โฉนดบ้าน และเอกสารอื่น ๆ ไว้พร้อม จากนั้นก็รออยู่ที่บ้านให้คณะทำงานรื้อถอนมาถึง
ส่วนผู้เช่าที่เคยอาศัยอยู่ในบ้านก่อนหน้านี้ พี่เขยคนโตกับพี่สี่ไปคุยเรื่องค่าชดเชยกับพวกเขา และจัดการส่งทุกคนออกไปก่อนแล้ว
เหลียวหง หัวหน้าคณะทำงานรื้อถอน พาคนมาวัดพื้นที่ด้วยตัวเอง พอเห็นเย่ชุนเซิงอยู่คนเดียว เธอก็ถามก่อนว่า “คุณบรรลุนิติภาวะแล้วหรือยัง?”
เย่ชุนเซิงพยักหน้า “บรรลุนิติภาวะแล้วค่ะ”
เธอเกิดเดือนกรกฎาคม
หัวหน้าเหลียวพยักหน้า ก่อนสั่งให้เจ้าหน้าที่กันชาวบ้านคนอื่น ๆ ออกไปให้ไกล แม้แต่เย่ข่ายเหวิน ผู้ใหญ่บ้าน ก็ยังไม่ได้รับอนุญาตให้เข้ามาดูใกล้ ๆ
หลังตรวจสอบแล้วว่าหลักฐานยืนยันตัวตนและเอกสารที่ดินในเขตหมู่บ้านไม่มีปัญหา เจ้าหน้าที่ก็เริ่มวัดจากด้านนอกเข้าด้านใน
เริ่มจากวัดพื้นที่ที่ดินในเขตหมู่บ้านก่อน
หมู่บ้านซวงมู่กำหนดให้แต่ละครัวเรือนขอที่ดินสร้างบ้านได้ 160 ตารางเมตร และยังซื้อเพิ่มได้อีก 100 ตารางเมตร
ตอนพ่อแม่ของเย่ชุนเซิงสร้างบ้าน พวกเขาขอใช้พื้นที่ที่ดินสร้างบ้านจนเต็มจำนวน 260 ตารางเมตร แต่ตอนสร้างบ้านจริงกลับไม่ได้สร้างใหญ่ขนาดนั้น
“ตัวบ้านมีพื้นที่ 200 ตารางเมตร ลานบ้าน 80 ตารางเมตร...” เจ้าหน้าที่วัดไปด้วย ลงบันทึกตัวเลขในรายการไปด้วย
หัวหน้าเหลียวเหลือบมองเย่ชุนเซิงที่ยืนดูอยู่ข้าง ๆ อย่างว่าง่าย ก่อนอธิบายให้ฟังว่า
“นโยบายชดเชยการรื้อถอนครั้งนี้กำหนดให้เปลี่ยนที่ดินในเขตหมู่บ้านเป็นบ้านในอัตราหนึ่งต่อหนึ่ง แม้บ้านกับลานจะวัดรวมกันได้ 280 ตารางเมตร แต่ในหนังสือรับรองที่ดินของคุณระบุไว้ 260 ตารางเมตร สุดท้ายก็จะเปลี่ยนให้ตามจำนวน 260 ตารางเมตรค่ะ”
