“มี” โอวหยางหมิงหย่วนยื่นกระป๋องกาแฟที่วางอยู่ข้างโต๊ะให้เว่ยอวี้ถิง
เห็นเว่ยอวี้ถิงง่วงจนยืนแทบไม่ไหว โอวหยางหมิงหย่วนก็ขมวดคิ้ว พลางเกลี้ยกล่อมเธอว่า “ง่วงก็ไปนอนสักพักเถอะ ไม่ต้องรีบร้อนตอนนี้หรอก”
ตอนนี้ชั้นสิบสองทั้งหมดเป็นของพวกเขาแล้ว ห้องทำงานก็ยังไม่จำเป็นต้องใช้พื้นที่มากขนาดนั้น ดังนั้นแต่ละคนจึงมีห้องพักอยู่ที่นี่
เว่ยอวี้ถิงเป็นผู้หญิง เธอพักอยู่คนเดียวในห้องชุดหนึ่งห้องนอนหนึ่งห้องนั่งเล่นที่อยู่ข้างกัน
เจียงฟางอวี่กับหลินหงก็ช่วยเกลี้ยกล่อม “อวี้ถิง เมื่อคืนเธอทำงานจนดึกมากแล้ว ไปนอนพักก่อนเถอะ”
หลินหงรูปร่างค่อนข้างผอมเล็ก พอพูดจบก็หาวออกมาเช่นกัน เขารู้สึกง่วงจนลืมตาแทบไม่ขึ้น “ฉันก็เริ่มง่วงแล้วเหมือนกัน ขอไปงีบสักหน่อย จะได้พักสมองด้วย”
เว่ยอวี้ถิงกับหลินหงแยกกันเดินกลับห้องของตัวเอง
ผ่านไปอีกไม่กี่นาที โอวหยางหมิงหย่วนกับเจียงฟางอวี่ก็รู้สึกง่วงจนลืมตาไม่ขึ้น พวกเขาลองดื่มกาแฟเพื่อให้กระปรี้กระเปร่า แต่กลับไม่ได้ผล จึงฟุบลงบนโต๊ะ ตั้งใจจะงีบสักครู่
“ตู๊ด ๆ ๆ…”
เมื่อได้ยินเสียงโทรศัพท์ โอวหยางหมิงหย่วนตั้งใจจะลุกไปรับ แต่กลับพบว่าตัวเองไม่มีแรงแม้แต่จะยืนขึ้น ตอนนั้นเองเขาถึงรู้ว่ามีบางอย่างผิดปกติ