ช่วงบ่าย หลังจากเย่ชุนเซิงกับพวกกินข้าวเสร็จ เดิมทีตั้งใจจะไปเดินห้างซื้อของกัน
แต่พอนึกได้ว่าอีกไม่นานก็ต้องย้ายบ้าน ซื้อของกลับมาแล้วก็ต้องขนย้ายอีก จึงตัดสินใจรอให้ย้ายบ้านเสร็จค่อยไปเดินห้าง
หลังจากกลับมา เย่ชุนเซิงก็เริ่มเก็บข้าวของอยู่ที่บ้าน
ทางการประกาศแจ้งแล้วว่า ทุกคนต้องย้ายออกจากหมู่บ้านก่อนวันที่ 10 กันยายน
บ้านที่จัดสรรให้แทนจากการเวนคืนที่ดินยังสร้างไม่เสร็จ
รัฐบาลจึงจัดบ้านพักชั่วคราวให้แต่ละครัวเรือนที่ถูกเวนคืน ทุกคนสามารถเข้าไปพักได้ก่อนระหว่างรอรับบ้านหลังใหม่ ตอนนี้มีคนทยอยขนของไปไว้ที่บ้านพักชั่วคราวกันแล้ว
เย่ชุนเซิงเก็บข้าวของบางส่วนของตัวเองกับของที่พ่อแม่ทิ้งไว้ใส่กล่องก่อน พอจัดการทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว ก็จะเรียกรถพร้อมพี่สาวคนโตและคนอื่น ๆ ขนของไปพร้อมกัน
พอเห็นหลี่หมิงหย่วน เย่ชุนเซิงก็แปลกใจอยู่บ้าง แต่ก็ไม่ได้แปลกใจมากนัก
เธอกำลังจะบริจาคเงินถึงสองล้านหยวน ถ้าหลี่หมิงหย่วนกับคนอื่น ๆ ยังไม่กระตือรือร้นอีก เธอก็คงต้องกลับมาคิดใหม่แล้วว่าจะบริจาคเงินก้อนนี้ดีหรือเปล่า
เย่ชุนเซิงใส่ลำไยที่เก็บมาจากสวนผลไม้จนเต็มกระเป๋าเสื้อและกางเกงของเด็กที่พาเธอเดินนำทาง แล้วบอกให้เขาไปเล่นได้ตามสบาย
กระเป๋ากางเกงอัดแน่นไปด้วยลำไยจนหนัก กางเกงถ่วงลงมาจวนจะหลุด เด็กน้อยจึงใช้มือข้างหนึ่งดึงกางเกงไว้ อีกข้างประคองกระเป๋าเสื้อที่แทบล้น ก่อนจากไปก็ยิ้มแฉ่งแล้วตะโกนเสียงดังว่า “ขอบคุณนะคะ คุณป้าคนสวยใจบุญ!”
เย่ชุนเซิง: “……”
……
เรื่องบริจาคเงิน นอกจากพี่สี่แล้ว เย่ชุนเซิงยังเล่าให้พี่สาวคนโตฟังด้วย
