“เป็นเรื่องที่ควรทำอยู่แล้วค่ะ”
หลี่หมิงหย่วนพยักหน้าแล้วกล่าวว่า “ตอนที่สหายเย่หงชิงเข้ารับราชการทหาร ผลงานในกองทัพโดดเด่นมาก หลังปลดประจำการก็ยังห่วงใยกองทัพอยู่เสมอ ตอนนี้คุณยังบริจาคเงินก้อนใหญ่ในนามของสหายเย่หงชิง เพื่อช่วยเหลือเหล่าทหาร พวกเราย่อมต้องประชาสัมพันธ์ผลงานอันดีงามของสหายเย่หงชิงให้ทุกคนรับรู้ และจัดให้ทุกคนเรียนรู้จากเขาครับ”
ภายนอกเย่ชุนเซิงวางตัวถ่อมตน แต่ในใจกลับร้อง “เย่!” ไปแล้ว
หัวหน้าหลี่คนนี้เป็นคนรู้ใจเธอจริง ๆ พูดแทนสิ่งที่เธอยังไม่ทันเอ่ยออกมาเสียหมด!
ที่จริงตอนแรกเย่ชุนเซิงหวังว่าจะใช้ชื่อพ่อจัดตั้งกองทุนช่วยเหลือในกองทัพโดยตรง แต่หลังจากไปถามพี่ชายคนที่สี่ เธอถึงได้รู้ว่าในกองทัพไม่สามารถตั้งกองทุนในนามบุคคลได้
เธอจึงคิดว่าจะยอมถอยหนึ่งก้าว
ในกองทัพมีการจัดให้เรียนรู้กันอยู่บ่อย ๆ ทั้งทฤษฎีก้าวหน้า บุคคลต้นแบบ และตัวอย่างผลงานอันดีงาม
เธออยากให้พ่อกลายเป็นบุคคลต้นแบบที่ทุกคนได้เรียนรู้และจดจำด้วย
เพียงแต่ก่อนหน้านี้เธอเคยได้ยินพ่อกับพี่ชายคนที่สี่พูดว่า บุคคลต้นแบบที่ได้รับการยกย่องให้คนอื่นเรียนรู้ ล้วนเป็นคนที่สร้างคุณงามความดีครั้งใหญ่
เพราะอย่างนั้นเมื่อครู่เธอถึงไม่ได้เรียกร้องอะไร ทั้งยังปฏิเสธข้อเสนอที่จะจัดพิธีบริจาคให้ คิดว่าเธอไม่ได้เรียกร้องอะไรและไม่ต้องการอะไรเลย สุดท้ายค่อยเอ่ยปากขอเล็ก ๆ น้อย ๆ สักข้อ อย่างไรก็น่าจะได้รับการตอบรับใช่ไหมล่ะ?
