“ลู่เฟิ่งอู๋ ฉันเพิ่งรู้ว่านายก็เป็นคุณชายเสเพลกับเขาเหมือนกันนะ” เย่ชุนเซิงอดกระซิบไม่ได้
ลู่เฟิ่งอู๋ขานรับเบา ๆ ว่า “อ้อ”
น้ำเสียงเรียบเฉย ท่าทางไม่ใส่ใจแม้แต่น้อย
เย่ชุนเซิงมองเขา ก่อนจะนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ ความอยากรู้อยากเห็นเรื่องชาวบ้านผุดพรึ่บขึ้นในใจ
เธอกะพริบตาปริบ ๆ แล้วกระซิบถามอย่างอยากรู้อยากเห็นยิ่งกว่าเดิม “ลู่เฟิ่งอู๋ พวกเราก็นับว่าเป็นเพื่อนสนิทกันแล้วใช่ไหม ฉันมีเรื่องอยากถามนายหน่อย”
“นายไม่พอใจพ่อของตัวเองหรือเปล่า”
ก่อนหน้านี้ตอนที่ห้างสรรพสินค้าจะซื้อเสื้อผ้าทั้งร้าน เธอก็รู้สึกอยู่แล้วว่าลู่เฟิ่งอู๋ตั้งใจทำแบบนั้น
“ถ้าไม่อยากตอบก็ไม่ต้องตอบนะ”
แต่ลู่เฟิ่งอู๋ไม่ได้ไม่อยากตอบ เขาพยักหน้ายอมรับตรง ๆ “อืม”
เย่ชุนเซิงถามต่อ “ทำไมล่ะ”
ลู่เฟิ่งอู๋แค่นหัวเราะ น้ำเสียงเย็นชาเจือความเอือมระอาและรังเกียจ
ท่าทีของลู่เฟิ่งอู๋ทำให้เย่ชุนเซิงเริ่มคาดเดาไปต่าง ๆ นานา
“ลู่เฟิ่งอู๋ นายรู้เรื่อง...เอ่อ...เรื่องนั้นของพ่อนายหรือเปล่า”
เย่ชุนเซิงพยายามทำตัวไม่ให้ดูอยากรู้อยากเห็นเกินไป แต่ดวงตาที่เป็นประกายวาววับและกลอกไปมาของเธอกลับเผยความคิดในใจออกมาจนหมด
แม้เย่ชุนเซิงจะไม่ได้พูดชัด ๆ ว่า “เรื่องนั้น” หมายถึงเรื่องอะไร แต่ลู่เฟิ่งอู๋กลับเข้าใจตรงกัน
เขามองเย่ชุนเซิง “เธอก็รู้ด้วยเหรอ”
เย่ชุนเซิงเบิกตากลมโตขึ้นเล็กน้อย
แปลว่าลู่เฟิ่งอู๋รู้เรื่องที่พ่อมีเมียน้อยอยู่ข้างนอก แถมยังไม่ได้คิดจะช่วยปกปิดหรือรู้สึกกระดากปากที่จะพูดออกมาด้วยสินะ