ชายฉกรรจ์ร่างกำยำกว่าสิบคนที่ยืนอยู่นอกลานบ้านได้ยินเสียงก็เดินพรวดพราดเข้ามาโดยไม่พูดพร่ำทำเพลง
พวกเขาแบ่งหน้าที่กันชัดเจน กลุ่มหนึ่งเข้าไปจับคนตระกูลเซี่ยไว้ ส่วนอีกกลุ่มก็เริ่มทุบทำลายข้าวของทั้งในลานบ้านและในเรือน ของที่มองเห็นล้วนถูกทุบจนไม่เหลือชิ้นดี
ในลานบ้าน ไม้ไผ่ที่พาดตากเสื้อผ้าถูกชนจนล้ม ถังน้ำถูกเตะ จักรยานถูกทุบ เสียงดัง “โครมคราม เพล้ง ๆ เคร้ง...”
ในเรือน โต๊ะที่ยังวางชามตะเกียบอาหารเช้าอยู่ถูกคว่ำ กาน้ำและแก้วน้ำบนโต๊ะน้ำชาถูกกวาดตกลงมา วิทยุถูกฟาดจนแตก “เพล้ง โครม ครืน...”
ชั่วขณะนั้น เสียงทุบทำลายดังสนั่นไปทั่วทั้งลานบ้านและในเรือน คนตระกูลเซี่ยต่างตะลึงงัน จ้องเย่ชุนเซิงอยู่นานหลายวินาที
เย่ชุนเซิง...เธอ...
เธอถึงกับพาคนมาทุบข้าวของบ้านพวกเขา?!
เธอกล้าทำได้ยังไง?!
ภรรยาของเซี่ยเย่าจู่เป็นคนแรกที่ร้องโวยวาย “อ๊า! หยุดนะ หยุดเดี๋ยวนี้ ทุกคนหยุดเดี๋ยวนี้!”
เธออยากเข้าไปขัดขวาง แต่ถูกคนกดตัวไว้จนขยับไม่ได้ ทำได้แค่ตะโกนร้องไห้ว่า
“เย่ชุนเซิง เธอมีสิทธิ์อะไรพาคนมาทุบข้าวของบ้านฉัน! มีสิทธิ์อะไร! ยังมีกฎบ้านเมืองอยู่ไหม ยังมีความยุติธรรมอยู่หรือเปล่า!”
เมื่อเห็นขี้ผึ้งใส่ผมที่เขาเสียเงินก้อนโตฝากคนหิ้วกลับมาจากเมืองท่าถูกเตะคว่ำจนหกกระจาย เซี่ยเทียนซื่อก็ได้สติขึ้นมา เขาดิ้นรนจะขัดขืน
แต่ชายฉกรรจ์ที่กดเขาไว้จับเขาได้ง่าย ๆ ราวกับลูกไก่ หักแขนทั้งสองข้างไพล่หลังแล้วกดลงกับพื้น “โอ๊ย เจ็บ เจ็บ เจ็บ...เย่ชุนเซิง ฉันจะ...แม่แก...”
