เย่ชุนเซิงนึกถึงเรื่องนี้ทีไรก็อดขำไม่ได้
คนแถวบ้านเธอมีธรรมเนียมอย่างหนึ่ง คือชอบตั้งฉายาให้คนอื่น
เย่ชุนเซิงไม่ได้รู้สึกขัดใจกับฉายา “เศรษฐินี” ของตัวเอง
เธอถือเสียว่าเป็นคำอวยพร ขอให้ได้เป็นเศรษฐินีไปตลอดชีวิต!
ระหว่างนั่งซ้อนท้ายรถมอเตอร์ไซค์ของพี่สี่ไปที่ร้านอาหาร เย่ชุนเซิงเห็นรถยนต์คันเล็กที่อยู่ข้าง ๆ เร่งเครื่องแซงพวกเขา จึงพูดว่า “ถ้ามีเวลา ฉันจะไปสอบใบขับขี่ แล้วซื้อรถสักคัน”
มีรถแล้วสะดวก อยากไปไหนก็ไปได้
เธอตบไหล่พี่สี่เบา ๆ “พี่สี่ คราวหน้าให้เศรษฐินีขับรถยนต์พาพี่ไปบ้าง!”
พี่สี่หัวเราะเสียงดังอย่างอารมณ์ดี “ได้สิ พี่จะรอ”
แต่พี่สี่คงต้องรออีกสักพัก
ตอนนี้เธอต้องจัดการเรื่องซื้อบ้านกับย้ายบ้านก่อน
พอเหลือบไปเห็นบ้านฝรั่งเก่าสไตล์สวนอังกฤษสวย ๆ ที่อยู่หลังถนน มองจากด้านหน้าเห็นสนามหญ้า ส่วนด้านหลังก็ดูเหมือนจะมีสวนด้วย เย่ชุนเซิงอดถามพี่สี่ไม่ได้ว่า
“พี่สี่ว่าเป็นไปได้ไหมที่ฉันจะซื้อบ้านแถวนี้?”
เย่ชุนเซิงเติบโตในหมู่บ้านมาตั้งแต่เด็ก คุ้นกับการอยู่บ้านที่มีรั้วรอบขอบชิด พอคิดจะซื้อบ้านไว้เป็นที่อยู่ของตัวเองในอนาคต เธอก็อยากได้บ้านเดี่ยวแบบนั้น
แถมต้องมีลานบ้านด้วย เธอจะย้ายต้นหอมหมื่นลี้สองต้นที่บ้านมาไว้ด้วย
พี่สี่เหลือบมองไปทางบ้านฝรั่งเก่า แล้วดับฝันเธอ “คงยากหน่อย”
พี่สี่อธิบายว่า “บ้านเก่าพวกนี้น่าจะสร้างตั้งแต่สมัยสาธารณรัฐจีน ผ่านมาตั้งหลายปี คนที่ยังถือครองบ้านไว้ได้คงไม่ใช่คนธรรมดา พวกเขาไม่เดือดร้อนเรื่องเงินจนต้องขายบ้านหรอก”
อีกอย่าง ต่อให้มีคนอยากขาย ที่นี่ก็อยู่ใจกลางเมือง บ้านก็ดี ต้องมีคนแย่งกันซื้อแน่
พวกเขาไม่มีคนรู้จัก ต่อให้มีเงินก็อาจซื้อไม่ทันคนอื่น
