เย่ฉินซินพยักหน้าแล้วตอบว่า “ได้”
ยังไม่ถึงเวลาเริ่มประชุม ทุกคนต่างจับกลุ่มพูดคุยกัน เย่ชุนเซิงก็ยังคุยกับเย่ฉินซินต่อ
จู่ ๆ ก็มีคนเรียกเธอจากด้านหลัง
เป็นป้าสะใภ้แปดคนเดิมที่เคยบอกว่าเธอควรอ่อนโยนกว่านี้
ป้าสะใภ้แปดยิ้มแฉ่งพลางกวักมือเรียกให้เธอไปนั่งด้านหลัง “ชุนเซิง มานี่สิ ป้าสะใภ้แปดมีเรื่องจะคุยด้วย”
ตั้งแต่ได้ยินเย่ฉินซินบอกว่าป้าสะใภ้แปดอยากแนะนำหลานชายหน้าตาเหมือนคางคกให้เธอ เย่ชุนเซิงก็ไม่เคยรู้สึกดีกับอีกฝ่ายเลย
เมื่อเห็นป้าสะใภ้แปดกวักมือเรียก เย่ชุนเซิงก็ตอบอย่างเย็นชา “ไม่อยากขยับ มีอะไรก็พูดตรงนี้เลยค่ะ”
ป้าสะใภ้แปดจิ๊ปาก พลางตำหนิว่าเย่ชุนเซิงไม่เคารพผู้ใหญ่
แต่ไม่นาน เธอก็ลุกขึ้นแล้วขยับมานั่งข้างเย่ชุนเซิงเอง
พอเห็นเย่ชุนเซิงนั่งชิดกับเย่ฉินซิน ป้าสะใภ้แปดก็ยังคิดจะดึงเย่ชุนเซิงไปอีกทาง อยากแยกทั้งคู่ออกจากกัน
เย่ชุนเซิงปัดมือเธอออก “นี่เสื้อใหม่ของฉันนะ ตั้งสองร้อยกว่าหยวน ถ้าดึงจนขาด ป้าสะใภ้แปดต้องชดใช้เต็มราคา”
พอได้ยินอย่างนั้น ป้าสะใภ้แปดก็เบิกตา แล้วตำหนิอย่างไม่เห็นด้วยว่า
“โธ่เอ๊ย พวกคนหนุ่มสาวนี่ใช้เงินมือเติบกันจริง ๆ มีเงินอยู่ในมือก็ไม่ใช่ว่าจะใช้สุรุ่ยสุร่ายแบบนี้ เสื้อผ้าตัวเดียวตั้งสองร้อยกว่าหยวนเชียว!”
“ฉันก็ว่าแล้ว ไม่ควรปล่อยให้เด็กหนุ่มสาวอย่างพวกเธอถือเงินไว้มากขนาดนั้น”
