เย่ชุนเซิงพูดจาโอหังเสียจนภรรยาของเซี่ยเย่าจู่คิดว่าเป็นเรื่องจริง ไม่กล้าตะโกนว่าจะเรียกตำรวจอีก ได้แต่ตะเบ็งเสียงร้องว่า “รีบมาช่วยกันเร็ว! มีคนฆ่าคน ปล้นทรัพย์ ช่วยด้วย...”
ตั้งแต่ตอนที่คนของเย่ชุนเซิงเริ่มทุบทำลายข้าวของ ชาวบ้านหลายคนก็ได้ยินเสียงเอะอะแล้ว
พอดีกับช่วงกินมื้อเช้า หลายคนจึงถือชามวิ่งมาดู พากันยืนมุงอยู่ด้านนอก พลางซุบซิบวิพากษ์วิจารณ์
“โอ๊ย เกิดอะไรขึ้นน่ะ เย่าจู่ไปหาเรื่องใครเข้าแล้วหรือเปล่า เราควรเข้าไปช่วยไหม?”
“ถ้าอยากไปก็ไปเองสิ พวกนั้นแต่ละคนตัวใหญ่ยิ่งกว่าวัว หมัดเดียวก็คงทำเอาเจ็บหนักไปครึ่งชีวิตแล้ว”
“นั่นสิ พวกเราเข้าไปช่วยเองยังสู้ไปตามตำรวจไม่ได้เลย ใครวิ่งเร็ว รีบไปโทรศัพท์ที่บ้านผู้ใหญ่บ้าน เรียกตำรวจมาช่วยที”
พอมีคนเตือน ชายคนหนึ่งก็ทำท่าจะวิ่งไปบ้านผู้ใหญ่บ้าน แต่ถูกป้าคนหนึ่งขวางไว้ “อย่าเพิ่งรีบ พวกเธอดูเด็กผู้หญิงในลานบ้านนั่นสิ เหมือนจะเป็นลูกสาวของพี่สาวเซี่ยเย่าจู่นะ”
“อ้าว จริงด้วย ตอนอาฮวาเสียเมื่อปีที่แล้ว ฉันไปงานศพ เคยเห็นเธอ แล้วทำไมถึงพาคนมาทุบทำลายบ้านน้าตัวเองล่ะ?”
ป้าคนเดิมเบ้ปากอย่างประชดประชัน ก่อนแค่นเสียงตอบ “จะเป็นเพราะอะไรได้ล่ะ ก็เพราะมีคนไร้คุณธรรมเกินไปน่ะสิ”
“ก่อนแต่งงาน อาฮวาอยู่บ้านพ่อแม่ยังลำบากยิ่งกว่าวัวแก่เสียอีก ปีที่แล้วตอนอาฮวาเสีย ชายชราเซี่ยกับเซี่ยเย่าจู่ก็ทำเรื่องเลวร้ายไว้ขนาดนั้น ตอนนี้มีคนมาทุบถึงบ้านก็นับว่าช้าไปด้วยซ้ำ”
ตอนแม่ของเย่ชุนเซิงเสียชีวิตเมื่อปีที่แล้ว เรื่องที่เซี่ยเย่าจู่กับชายชราเซี่ยทำไว้ ชาวบ้านหลายคนต่างก็รู้กันดี ลับหลังก็พากันด่าว่าพวกเขาทำเกินไปและไร้คุณธรรม
