ขณะที่เย่ชุนเซิงกำลังพูด เซี่ยเย่าจู่กับเซี่ยเทียนซื่อที่ไปหมู่บ้านซวงมู่เมื่อวานก็เบิกตากว้าง ก่อนจะด่าลั่นว่า
“เย่ชุนเซิง แกพูดเหลวไหล! เมื่อวานพวกฉันไม่ได้เข้าไปในบ้านแกเลยสักนิด ไม่ได้เจอแกด้วยซ้ำ!”
ทั้งคู่ด่าพึมพำไม่หยุด ยืนยันว่าพวกตนไม่เคยทำร้ายเย่ชุนเซิง ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเธอสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้ และไม่เคยคิดจะขายหนังสือตอบรับเข้าเรียนของเธอ ยิ่งไม่เคยพูดว่า “จะขายเธอไปไว้ในหุบเขาลึก”
แต่เวลานี้กลับไม่มีใครคิดจะเชื่อคำพูดของพวกเขา
อย่างแรก ทุกคนรู้ดีว่าเซี่ยเย่าจู่กับพวกนั้นเป็นคนแบบไหน ถึงคำพูดของเย่ชุนเซิงจะฟังดูเกินจริงไปบ้าง แต่ทุกคนก็คิดว่าพวกเขาทำเรื่องแบบนั้นได้
อย่างที่สอง เป็นเพราะเงินในมือเย่ชุนเซิง
ธนบัตรปึกใหญ่เรียงเป็นระเบียบ แถมยังใหม่เอี่ยม ล้วนเป็นใบละ 100 หยวน ดูแล้วมีอย่างน้อยหลายพันหยวน
เย่ชุนเซิงบอกว่า ขอแค่ใครแจ้งเบาะแสเกี่ยวกับคนในบ้านเซี่ยเย่าจู่ที่ทำผิดกฎหมายหรือก่ออาชญากรรม เธอจะให้ 100 หยวน
พวกเขาตื่นแต่เช้ามืด กลับบ้านดึกดื่น ก้มหน้าก้มตาทำนาทำไร่ แล้วเหน็ดเหนื่อยหาบข้าวหาบผักเข้าเมืองไปขาย ทั้งเดือนยังหาเงินได้แค่ห้าหกสิบหยวน นั่นยังเป็นตอนที่โชคดี ถ้าโชคร้ายก็ได้น้อยกว่าครึ่งเสียอีก
แต่ตอนนี้แค่พูดออกมาสักประโยค ก็ได้เงิน 100 หยวนแล้ว!
ใครจะไม่หวั่นไหวบ้างล่ะ?
แม้แต่ชายชราที่เพิ่งกล่าวหเย่ชุนเซิงอย่างฮึกเหิมเมื่อครู่ก็ยังเงียบไป
ที่เขาพูดแทนชายชราเซี่ยและตำหนิเย่ชุนเซิง ไม่ใช่เพราะสนิทกับชายชราเซี่ยหรือคิดว่าอีกฝ่ายทำถูก แค่คิดจะสอดมือเข้ามายุ่งเท่านั้น อย่างไรก็แค่ขยับปาก ไม่ได้อะไร แต่ก็ไม่ได้เปลืองแรงเท่าไร
แต่ถ้าพูดแทนเย่ชุนเซิงแล้วได้เงิน แถมตั้ง 100 หยวน มีแต่คนโง่เท่านั้นแหละที่ยังจะพูดแทนชายชราเซี่ย
