เจียงจืออวี่เดินวนไปมาในมิติอยู่สองรอบ ปลายนิ้วลูบเชือกป่านที่ผูกปากกระสอบอย่างไม่รู้ตัว ข้างในบรรจุของทุกอย่างที่เธอจะนำไปคืนนี้ ทั้งเสี่ยวหลงเปาจากร้านเก่าแก่ในเมืองเซี่ยงไฮ้ และซาลาเปาหมูแดงที่หอบกลับมาจากเมืองท่า เธอซื้อมาเยอะไปหน่อย พอเก็บเข้าไปก็เย็นหมดแล้ว จึงนำไปอุ่นในมิติอีกครั้ง นอกจากนี้ยังมีหมูตุ๋นซีอิ๊วหนึ่งอ่างที่คว่ำชามเคลือบปิดไว้ เธอผสมน้ำพุวิญญาณลงไปเล็กน้อย ตั้งใจให้พ่อแม่ค่อย ๆ บำรุงร่างกายไปก่อน
นอกจากอาหารแล้ว ยังมีผ้านวมหนาสองผืน เสื้อกับกางเกงผ้าฝ้ายสามชุด แม้แต่แก้วเคลือบ สบู่ และครีมบำรุงผิวก็เตรียมไว้ครบ เธอตั้งใจเลือกสีลายที่ดูธรรมดาที่สุด คิดว่าแม่จะใช้ปลอกผ้านวมเก่าคลุมไว้ จะได้ไม่เป็นที่สะดุดตา
“0047 ยืนยันได้ไหมว่าแถวนี้ไม่มีใครอยู่?” เธอถามในใจ
【โฮสต์วางใจได้ ตรวจรัศมีรอบตัว 50 เมตรแล้ว มีแค่แมวจรไม่กี่ตัว】
เจียงจืออวี่วูบออกจากมิติแล้วเปิดประตูรั้ว ลมหนาวพัดกรูเข้ามาพร้อมความเย็นยะเยือกจากภูเขา เธออาศัยแสงจันทร์เดินฉับ ๆ ไปทางคอกวัวฝั่งตะวันตกของหมู่บ้าน
ยิ่งเข้าใกล้คอกวัว ใจของเจียงจืออวี่ก็ยิ่งกระสับกระส่าย บ้านดินเตี้ย ๆ เรียงเป็นแถวดูเปล่าเปลี่ยวและหนาวเหน็บท่ามกลางราตรี เธอไม่กล้าประมาท จึงปล่อยพลังพิเศษทางจิตออกไปสำรวจทุกห้อง
ข้างในมีสามีภรรยาสองคู่ ห้องทางตะวันออกหลับกันแล้ว ส่วนห้องทางตะวันตก...กำลังคุยกัน เจียงจืออวี่กลั้นหายใจ ใช้พลังจิตดักฟังเสียงสนทนาจากข้างใน
“ได้ยินว่ามีเยาวชนผู้มีการศึกษาคนใหม่เพิ่งมาในวันนี้ มีสาวคนหนึ่งสวยมาก ราวกับหลุดออกมาจากภาพวาดเลย” เป็นเสียงของแม่ แม้จะฟังดูเหนื่อยล้าอยู่บ้าง แต่ก็ยังอ่อนโยนเช่นเคย
“ใครจะสวยสู้จืออวี่ของเราได้ เหมือนแม่ไม่มีผิด” เสียงพ่อแหบพร่าเจือแววถอนใจ “แค่ไม่รู้ว่าลุงใหญ่ของลูกดูแลลูกดีหรือเปล่า...”
