ห้องพักในเรือนรับรองของเขตทหารไม่กว้างนัก แต่จัดเก็บสะอาดเรียบร้อยเป็นพิเศษ
เจียงจืออวี่ปิดม่าน ตรวจดูว่าประตูหน้าต่างล็อกเรียบร้อยแล้ว ก่อนหันไปบอก 0047 ว่า “ช่วยดูให้หน่อยนะ ฉันจะไปฝึกพลัง ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นก็เรียกฉัน”
【รับทราบ! เจ้าบ้านวางใจได้เลย ต่อให้มียุงบินผ่านไปสักตัว ฉันก็รายงานความถี่การกระพือปีกของมันได้! ฮี่ ๆ!】
หลังจากอยู่กับเจียงจืออวี่มาหลายวัน 0047 ก็รู้แล้วว่าเธอปากแข็งแต่ใจอ่อน แถมยังเริ่มซุกซนขึ้นเรื่อย ๆ
เจียงจืออวี่ไม่พูดอะไรอีก เพียงขยับความคิด ร่างก็หายวับไปจากที่เดิม
ในมิติมีอากาศอบอุ่นอยู่เสมอ น้ำพุวิญญาณไหลรินไม่ขาดสาย ทุกสิ่งสงบงามราวกับกาลเวลาหยุดนิ่ง
เธอเดินไปข้างแปลงดินดำ หยิบแก่นผลึกออกมาจากกล่อง แล้วดื่มน้ำพุวิญญาณหนึ่งแก้ว
ทันทีที่ปลายนิ้วกำแก่นผลึก ความอบอุ่นคุ้นเคยก็แผ่ซ่านไปตามเส้นลมปราณ เจียงจืออวี่หลับตาลง ปล่อยให้พลังงานไหลเวียนอยู่ในร่างกาย ร่างที่ผ่านการปรับเปลี่ยนด้วยน้ำพุวิญญาณ เมื่อผสานกับแก่นผลึก ทำให้การฝึกพลังราบรื่นอย่างยิ่ง
แสงของแก่นผลึกค่อย ๆ มืดลง กระทั่งดับสนิท เจียงจืออวี่จึงค่อย ๆ ลืมตาขึ้น
พลังในร่างฟื้นคืนมาได้เจ็ดถึงแปดส่วน แววตาของเธอก็สว่างสดใสขึ้นเล็กน้อย
เธอมองต้นกล้าข้าวโพดในมิติที่กำลังเติบโตงดงาม แล้วลูบต้นส้มที่แตกกิ่งใหม่ ใจจึงค่อยสงบลงเล็กน้อย
ทันทีที่ออกจากมิติ นาฬิกาแขวนผนังก็ชี้บอกเวลาสี่โมงเย็นพอดี
เจียงจืออวี่กำลังจะเปลี่ยนเสื้อผ้าออกไปหาอะไรกิน จู่ ๆ ก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้น
“ก๊อก ๆ ๆ—”
เสียงไม่ดังนัก แต่กลับมีความจงใจบางอย่างที่บอกไม่ถูก
เจียงจืออวี่เลิกคิ้ว เดินไปหยุดที่หน้าประตูแต่ไม่ได้เปิด เพียงถามเสียงเรียบผ่านบานประตูว่า “ใครคะ?”
เสียงหวานใสแต่แฝงความหยิ่งผยองดังมาจากด้านนอก “ฉันมาหาเธอ เปิดประตูสิ”
เจียงจืออวี่ยังคงยืนนิ่ง แผ่พลังจิตออกไปตรวจดูด้านนอก
หญิงสาวคนหนึ่งยืนอยู่หน้าประตู สวมเสื้อเชิ้ตผ้าป๊อปลิน ตัดผมสั้นเสมอใบหู ใบหน้าสะสวย แต่แววตาที่เต็มไปด้วยความจับผิดและเป็นปฏิปักษ์นั้นปิดไม่มิด
เธอเปิดประตูแล้วพิงกรอบประตู กอดอก ไม่พูดอะไรสักคำ เพียงมองอีกฝ่ายนิ่ง ๆ
