เจียงจืออวี่วางแผนอยู่ในลานบ้าน เมื่อคืนเพิ่งเอาอาหารไปให้พ่อแม่ ช่วงสองวันนี้คงยังไม่ต้องไปอีก หากไปบ่อยเกินไปก็อาจดึงดูดความสนใจได้ ระมัดระวังไว้ก่อนย่อมไม่เสียหาย
เช้าตรู่วันถัดมา เธอพกเงินสองเหมาไปหาหัวหน้ากองเฉิน
“หัวหน้ากองคะ ฉันอยากขอหนังสือแนะนำตัว ไปอำเภอสักหน่อยค่ะ”
หัวหน้ากองเฉินกำลังเติมอาหารสัตว์ พอได้ยินก็เงยหน้ามองเธอ คิ้วเลิกขึ้นเล็กน้อย “เมื่อวานเพิ่งทำงานไปครึ่งวัน วันนี้ก็จะไปอำเภอแล้วเหรอ?” เยาวชนผู้มีการศึกษาคนนี้ดูไม่เหมือนคนอื่นที่เอาแต่ทำหน้ากลัดกลุ้ม ตรงกันข้าม เธอกลับใช้ชีวิตตามใจตัวเองเสียอย่างนั้น
“ค่ะ อยากไปซื้อของนิดหน่อย” เจียงจืออวี่ตอบเสียงเรียบ ไม่ได้อธิบายอะไรเพิ่มเติม
หัวหน้ากองเฉินก็ไม่ซักถามต่อ เยาวชนผู้มีการศึกษาชอบทำอะไรตามใจ ขอแค่ไม่ก่อเรื่อง เขาก็ขี้เกียจเข้าไปยุ่งอยู่แล้ว เขาวางที่ตักอาหารลง เดินเข้าไปในบ้าน เขียนหนังสือแนะนำตัวหนึ่งฉบับ ประทับตราสีแดงของกองผลิต แล้วส่งให้เธอ “ไปเถอะ รีบไปรีบกลับ ระวังตัวด้วย ไม่อย่างนั้นเบื้องบนได้ปลดฉันออกจากตำแหน่งแน่”
“ขอบคุณค่ะหัวหน้ากอง เข้าใจแล้วค่ะ”
เจียงจืออวี่รับหนังสือแนะนำตัวมา จูงจักรยานออกจากบ้าน พอมาถึงปากหมู่บ้านก็เจอเจี่ยงเหวินเหวินที่แบกจอบอยู่พอดี อีกฝ่ายเห็นจักรยานใหม่เอี่ยม ดวงตาก็ฉายแววเคียดแค้นราวกับมีพิษ จ้องเธอเขม็ง ปากพึมพำอะไรบางอย่าง ดูจากรูปปากแล้วเหมือนกำลังด่าว่า “คุณหนูลูกนายทุน”
เจียงจืออวี่คร้านจะสนใจ เธอถีบบันไดจักรยานครั้งเดียว รถก็พุ่งฉิวออกไป เหลือไว้เพียงเงาพร่า เจี่ยงเหวินเหวินกระทืบเท้าด้วยความโมโหอยู่กับที่ ได้แต่มองเธอจากไปไกล จะกล้าตามไปหาเรื่องได้อย่างไร? ภาพสภาพน่าอนาถของหลิวเอ้อร์หนิวเมื่อวานยังติดตาอยู่เลย
เจียงจืออวี่ปั่นจักรยานไปจนถึงตัวตำบล จากนั้นก็หาตรอกเงียบ ๆ มองซ้ายมองขวา เมื่อแน่ใจว่าไม่มีใคร เธอก็ใช้ความคิดเก็บจักรยานเข้าไปในมิติ ยุคนี้จักรยานเป็นของมีค่า วางไว้ที่ไหนก็ไม่วางใจ เก็บไว้ในมิติจึงปลอดภัยที่สุด
