นับตั้งแต่เขาดันทุรังจากไปจากจักรวรรดิ กลับคืนสู่บ้านเกิดดาราจักรที่แปด
ข่าวลือในดาราจักรหลักก็ไม่เคยขาดหาย
หักหลังกลายเป็นศัตรู ตัดขาดไมตรี รักสุดอาลัย ยิ่งลือก็ยิ่งเหลวไหล
พระพักตร์หล่อเหลาคมคายของจักรพรรดิไร้ซึ่งอารมณ์ สุดท้ายก็ประกาศจบเกมด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ
“หยุดเรื่องวุ่นวายนี้เสีย แล้วกลับมาอยู่ข้างกายข้า”
เขาไม่อยากทำต่อไปอีกแล้ว
เขาอยากให้ผู้บัญชาการฉือกลับมาอยู่เคียงข้างเขา
ทว่าชายหนุ่มบนจอภาพยังคงสีหน้าเรียบเฉย “เมื่อละครเริ่มเปิดฉากแล้ว ก็เล่นให้จบเถิด”
ใบหน้างามสง่างามประดับด้วยแววเย้ยหยันบางเบา
“ไม่เล่นให้จบ แล้วใครจะรู้ว่ามันคือเรื่องวุ่นวาย”
บรรยากาศตกอยู่ในความเงียบสงัด
นายทหารที่รออยู่หน้าประตูห้องประชุมสภาล้วนสัมผัสได้ถึงภัยอันตราย แม้แต่ตอนที่ดาวอินแลนถูกบุกรุก ฝ่าบาทยังไม่เคยแสดงสีหน้าโกรธเกรี้ยวถึงเพียงนี้
รู้ไหมว่านั่นคือดาวขุดทรัพยากรล้ำค่าที่สุด
นี่มันเพราะอะไรกัน...
“เจ้าจะงอนข้าไปอีกนานแค่ไหน”
ดวงตาสีม่วงเข้มคมกริบที่อยู่ในตำแหน่งสูงส่งจับจ้องมองเขา
“ดาราจักรที่แปดก็แค่หมู่มนุษย์ชั้นต่ำ เจ้าอยู่ที่นั่นมีแต่จะลดค่าตัวเปล่า ๆ”
สือจี้ขัดจังหวะเขา “เช่นนั้นก็ลองดู”
จักรพรรดิจ้องมองเขา พลันนึกถึงเด็กหนุ่มคู่ซ้อมผู้ดื้อรั้นและเย็นชาในความทรงจำ
“สือจี้ เจ้าเอาชนะข้าไม่ได้”
จักรพรรดิหนุ่มถือกระบี่ ท่วงท่าดุดัน เลิกคิ้วมองเด็กหนุ่มผมดำริมฝีปากคล้ำตรงหน้า
เสียงหัวเราะแผ่วเบาลอดจากมุมปาก เขาเก็บกระบี่กลับอย่างง่ายดาย แล้วหมุนข้อมือเล่นเป็นลวดลาย
