สุดสัปดาห์
ฉันรื้อค้นตู้เสื้อผ้าจนทั่ว สุดท้ายก็สวมเสื้อวอร์มสีขาวของอาดิดาสกับกางเกงวอร์มสีดำ แล้วใส่รองเท้ากีฬาสีขาว
ฉันมัดผมหางม้าสูงหน้ากระจก จากนั้นก็สวมหมวกแก๊ปสีดำ กดปีกหมวกลงต่ำจนแทบปิดหน้า
..............................
ด้านนอกสนามกีฬาเต็มไปด้วยผู้คน
แฟนบอลสองฝั่งที่สวมเสื้อสีแดงกับสีน้ำเงินไหลมาบรรจบและปะทะกันตรงทางเข้า ราวกับแม่น้ำเชี่ยวกรากสองสาย
พ่อค้าเร่ขายแตรตะโกนจนสุดเสียง กลิ่นไส้กรอกย่างปะปนกับกลิ่นเหงื่อโชยมาปะทะหน้า
ป้ายผ้าผืนยาวถูกขึงไว้ ทั้ง “เสินเหลียนต้องชนะ!” “สู้เขา! คงกั่ง!” และ “ไสหัวออกไปจากฮูเจียง!” แฟนบอลทั้งสองฝ่ายจ้องหน้ากันเขม็ง บรรยากาศตึงเครียดราวกับพร้อมจะเปิดศึกกันได้ทุกเมื่อ
ฉันหดคอ “ดุเดือดขนาดนี้เลยเหรอ?”
“ดาร์บี” จ้าวซื่อเฉิงเดินอยู่ข้างฉัน ไหล่ของเขาคอยบังฉันไว้โดยตั้งใจบ้างไม่ตั้งใจบ้าง “เป็นแบบนี้ทุกปี เดี๋ยวก็ชินเอง”
เขาพาฉันเดินเข้าทางวีไอพี เลี่ยงฝูงชนที่กำลังต่อแถว
คนรอบข้างหลายคนหันมามองเราด้วย พวกเขาทักทายพลางมองฉันไปด้วย
“คุณจ้าว วันนี้พาเพื่อนมาดูบอลเหรอครับ?”
“คุณจ้าว ท่านนี้คือ...?”
สายตาของพวกเขาหยุดอยู่บนใบหน้าฉันแทบทุกราย ก่อนแววตาตื่นตะลึงจะสว่างวาบขึ้นราวกับหลอดไฟที่เพิ่งถูกเปิด
ฉันแกล้งทำเป็นไม่เห็น ก้มหน้าเดินตามจ้าวซื่อเฉิงไป
..............................
ที่นั่งวีไอพีอยู่ตรงกลางสนาม มองเห็นได้ชัดเจนสุด ๆ
เบาะนั่งบุหนังแท้ข้าง ๆ ยังมีโต๊ะเล็กวางน้ำแร่กับผลไม้ไว้ให้ด้วย
จ้าวซื่อเฉิงให้ฉันนั่งข้างเขา เพิ่งหย่อนก้นลงนั่ง ชายวัยกลางคนที่สวมเสื้อโปโลตรงแถวหน้าก็หันมา
“คุณจ้าว!” เขายื่นมือออกมา “ไม่ได้เจอกันตั้งนาน!”
“พี่หลี่” จ้าวซื่อเฉิงจับมือกับเขา “ช่วงนี้ธุรกิจเป็นยังไงบ้าง?”
“ก็พอได้ครับ พอได้” สายตาของพี่หลี่เลื่อนมาหยุดที่ใบหน้าฉันชั่วครู่ ก่อนจะกลับเป็นปกติอย่างรวดเร็ว “ท่านนี้คือ...?”
