ทันทีที่ประตูลิฟต์เปิด ภาพตรงหน้าก็ทำฉันตะลึง
สว่างไสวไปด้วยแสงไฟ
พื้นที่ทำงานทั้งชั้นสว่างราวกับตอนกลางวัน คนหลายสิบคนนั่งอยู่หน้าเครื่องคอมพิวเตอร์ แสงจากหน้าจอสะท้อนบนใบหน้าของพวกเขา
แต่ละคนดูฮึกเหิมเหมือนฉีดอะดรีนาลีน นิ้วมือรัวบนแป้นพิมพ์อย่างรวดเร็ว
“นี่...” ฉันพึมพำ “ทำงานกันหนักขนาดนี้เลยเหรอ?”
ไม่มีใครเลิกงานสักคน
ในอากาศอบอวลไปด้วยกลิ่นกาแฟ กลิ่นบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป แล้วก็...กลิ่นอายบ้าคลั่งอะไรสักอย่าง
พนักงานต้อนรับเป็นสาวน้อยสวมแว่น พอเห็นฉันก็ชะงักไปครู่หนึ่ง
“สวัสดีค่ะ มาพบใครคะ?”
“มาหาเฉิงเหย่”
“ได้นัดไว้หรือเปล่าคะ?”
“ไม่ได้ได้นัดไว้” ฉันตอบ “เขาให้ฉันมาหา”
พนักงานสาวมองฉันตั้งแต่หัวจรดเท้า แววตาเปลี่ยนจากฉงนเป็นเข้าใจ ก่อนจะยิ้มแบบ ‘ฉันเข้าใจแล้ว’
เธอยกหูโทรศัพท์ขึ้น “คุณเฉิงคะ คุณหลีหลานจากซิงอี้มาพบค่ะ”
ไม่ถึงสิบวินาที ฉันก็เห็นเฉิงเหย่พุ่งออกมาจากห้องที่อยู่ไม่ไกล
ผมของเขายังยุ่งเหยิงเหมือนเดิม แต่ดวงตากลับเป็นประกายจนสะดุดตา
“ยินดีต้อนรับคุณหลีหลาน ดาวเด่นด้านหน้าตาแห่งย่านธุรกิจใจกลางเมือง มาตรวจงานที่ห้วงลึกครับ!” เขากางแขนออก ยิ้มกว้างจนหน้าบาน
ฉันกลอกตา “พอเลย รีบพาไปดูเกมเถอะ”
“ได้!”
เขาพาฉันเดินเข้าไปด้านใน
..............................
พื้นที่ทำงานของเกมห้วงลึกออกแบบเป็นแบบเปิด โต๊ะหลายสิบตัวเบียดกันแน่น จอมอนิเตอร์เรียงรายเป็นป่าที่ส่องแสงระยิบระยับ
ฉันเดินเคียงข้างเฉิงเหย่ไป เสียงแป้นพิมพ์บริเวณที่เราเดินผ่านพลันหยุดชะงักไปชั่วจังหวะ
“นั่นใครน่ะ แฟนคุณเฉิงเหรอ?”
“หลีหลานจากซิงอี้ไง!”
“ว้าว...นั่นหลีหลานจริง ๆ เหรอ?”
“สวยมากเลย...”
“ตัวจริงสวยกว่าในรูปตั้งเยอะ...”
“สวยกว่าดาราอีก...”
“คุณเฉิงไปอยู่กับเธอได้ยังไง?”
“หรือว่าพ่อหนุ่มบ้ารหัสจะเปลี่ยนใจแล้ว?”
“ผู้ชายทื่อ ๆ เจอคนสวยระดับนี้ก็หวั่นไหวกันทั้งนั้นแหละ...”
