ฉันเดินตามเสิ่นมู่ไป๋กับจางหมิงอวี่จากล็อบบี้โรงแรมบัลแกรีเข้าไปด้านใน
สองข้างพรมแดงมีแสงแฟลชวาบขึ้นต่อเนื่อง เสิ่นมู่ไป๋ถูกนักข่าวหลายคนเข้ามาขวางไว้ พวกเขายื่นไมโครโฟนถามความคิดเห็นเกี่ยวกับโครงการหลายโครงการล่าสุดของซิงอี้แคปปิตอล
เขาหยุดอยู่กลางพรมแดง เอียงตัวเข้าหากล้อง แล้วตอบด้วยความเร็วพอดี ไม่ช้าหรือเร็วเกินไป
จางหมิงอวี่ยืนคุยกับชายวัยกลางคนในชุดสูทสีน้ำเงินเข้มอยู่ข้าง ๆ ดูเหมือนจะเป็นคนรู้จักเก่าที่ไม่ได้เจอกันมานาน
ฉันเดินตามหลังพวกเขาอยู่สองสามก้าว มองซ้ายมองขวาอย่างเบื่อหน่าย
ล็อบบี้โรงแรมกว้างใหญ่มาก
โคมระย้าคริสตัลห้อยลงมาจากเพดานสูง แสงไฟแตกกระจายเป็นเศษเล็กเศษน้อยส่องลงบนพื้นหินอ่อน
ผู้คนที่เดินผ่านไปมาต่างแต่งตัวมีระดับ สูทของผู้ชายตัดเย็บพอดีตัว ส่วนเสื้อผ้าของผู้หญิงก็ประณีตไม่แพ้กัน
ฉันกำลังมองผู้หญิงในชุดพนักงานโรงแรมคนหนึ่งที่อยู่ไม่ไกล สายตากวาดผ่านขอบฝูงชนแล้วพลันชะงัก
เงาร่างหนึ่งผลุบเข้ามาจากประตูด้านข้าง สวมชุดคลุมสีเทา
สีเทาแบบนั้น ฉันจำได้ขึ้นใจ
สีเทาเข้ม มีฮู้ด เนื้อผ้าของชุดคลุมเป็นประกายระยิบระยับจาง ๆ ใต้แสงไฟ
คนคนนั้นก้มหน้า ฮู้ดคลุมต่ำจนเห็นเพียงครึ่งหน้า
เธอเดินเบียดผ่านริมฝูงชนอย่างไม่เร่งไม่ช้า ราวกับกำลังมุ่งหน้าไปยังชั้นสอง
นังแม่มดแก่ที่ตายไปแล้วคนนั้นหรือเปล่า?
ฉันรีบวิ่งตามไปทันที
“หลีหลาน!” เสียงจางหมิงอวี่ดังมาจากด้านหลัง “จะไปไหน?”
ฉันไม่หันกลับไป ยังคงก้าวต่อไปไม่หยุด
ฝูงชนแหวกออกตรงหน้าฉันแล้วเบียดกลับเข้าหากัน บางคนหลบให้ บางคนถูกฉันเฉียดไหล่จนหันมามอง
