ปวดหัวจัง
ฉันค่อย ๆ ลืมตาขึ้นอย่างสะลึมสะลือ
เพดานสีเทาอ่อนตรงหน้าไม่คุ้นตา
อ้อ ใช่สิ ฉันย้ายบ้านแล้ว นี่คืออพาร์ตเมนต์ใหม่
เมื่อคืน...เมื่อคืนไปกินหม้อไฟกับหวังหยาเหวินและเฉินโม่ ดื่มไปตั้งเยอะ...
แล้วก็...หลังจากนั้นล่ะนะ?
จำอะไรไม่ได้เลย
ในหัวว่างเปล่าราวกับถูกล้างข้อมูล
ฉันพยายามนึกสุดชีวิต จำได้เลือนรางแค่ว่าหวังหยาเหวินกลับไปแล้ว จากนั้นเหมือนฉันจะล้ม แล้วต่อจากนั้น...ก็นึกอะไรไม่ออกอีกเลย
ฉันยันข้อศอก พยายามลุกขึ้นนั่ง แต่พอขยับก็เห็นว่ามีคนนั่งอยู่ข้าง ๆ
ฉินหลาง
เขานั่งอยู่บนเก้าอี้ข้างเตียง สวมเสื้อเชิ้ตสีดำ ผมยุ่งเล็กน้อย ใต้ตาคล้ำจาง ๆ ดูเหมือนไม่ได้นอนมาทั้งคืน
“นายมาที่นี่ได้ยังไง?” ฉันถามเสียงแหบ
พอฉินหลางเห็นฉันตื่น ดวงตาก็สว่างวาบขึ้น ก่อนจะหม่นลงทันที “หยาเหวินโทร.หาฉัน บอกว่าเธอดื่มหนัก ให้ฉันมาดูหน่อย”
ฉันคราง “เฮ้อ” แล้วล้มตัวลงนอนตามเดิม จ้องเพดาน “โทร.หานายทำไมกันนะ...”
“ทำไมล่ะ” ฉินหลางยิ้มบาง ๆ รอยยิ้มนั้นดูจนใจอยู่หน่อย ๆ “ไม่ต้อนรับฉันเหรอ?”
“เปล่า” ฉันโบกมือ “แค่รบกวนนายเกินไปแล้ว คราวก่อนก็เหมือนกัน...ฉันจะตอบแทนนายยังไงดี?”
“ยอมเป็นของฉันไหม?” ฉินหลางพูดพร้อมรอยยิ้ม แต่แววตาจริงจังจนน่ากลัว
ฉันโบกมือ “แบบนั้นได้ยังไง ฉันไม่ใช่คนแบบนั้นสักหน่อย”
หางตาฉันเห็นสีหน้าฉินหลางดูผิดหวัง? หรือเศร้าใจ?
อารมณ์นั้นวูบผ่านไปเร็วมาก ฉันยังจับสังเกตไม่ทัน เขาก็ก้มตาลงซ่อนมันไว้แล้ว
“ล้อเล่นน่า” เขาพูดเบา ๆ จากนั้นก็ยื่นมือมาลูบหน้าผากฉันอย่างแผ่วเบา
ฝ่ามือเขาอุ่นและแห้งแนบลงบนผิว สัมผัสชัดเจนจนฉันสะดุ้งไปทั้งตัว
ทำแบบนี้...ใกล้ชิดกันเกินไปหรือเปล่า?
ถึงตอนนี้ฉันจะเป็นผู้หญิง แต่จิตวิญญาณข้างในก็ยังเป็นผู้ชายแท้ ๆ นะ!
