เสียงเพลงยังคงดังกระหึ่ม จังหวะกลองกระแทกเข้าหูเป็นระลอก จนหน้าอกอึดอัดไปหมด
ฉันนั่งอยู่มุมหนึ่งของโซฟา น้ำเกาะพราวอยู่รอบแก้ว ก่อนจะไหลผ่านซอกนิ้วลงมา
ฉันไม่ได้ดื่ม แค่ถือแก้วไว้แบบนั้น สายตาก็คอยเหลือบไปทางทางเข้าเป็นระยะ
โจวจื่อหยางกับลู่ซิงเหย่ ยังไม่มีใครกลับมาเลย
ฉันจ้องประตูบานนั้นอยู่หลายวินาที ภาพเมื่อครู่ก็ย้อนกลับมาในหัวอย่างห้ามไม่ได้
เสียงทึบ ๆ ของหมัดที่กระแทกใบหน้า เสียงราวจับโลหะกระทบกันดังโครมคราม เงาของคนสองคนที่กำลังตะลุมบอนกันไหววูบไปมาภายใต้แสงไฟสีขาวซีด
พวกเขายังตีกันอยู่หรือเปล่า หรือหยุดแล้ว? มีใครเดินผ่านไปเห็นแล้วโทรแจ้งตำรวจไหม?
ถ้าเกิดเรื่องใหญ่ขึ้นมาจริง ๆ ฉันจะโดนลากเข้าไปเกี่ยวด้วยหรือเปล่า?
ยังไงต้นเหตุก็คือ...
เดี๋ยวนะ ต้นเหตุคือฉันเหรอ? ดูเหมือนจะไม่ใช่นี่นา
พวกเขาเป็นฝ่ายลงมือกันเองก่อน ไม่เกี่ยวกับฉันสักหน่อย
แต่ถ้าตำรวจถามขึ้นมา ฉันจะบอกว่าแค่ไปเข้าห้องน้ำแล้วถูกลู่ซิงเหย่ลากเข้าไปในทางหนีไฟ แบบนั้นก็ดูเหมือนจะอธิบายยากอยู่ดี
ยิ่งคิดก็ยิ่งหงุดหงิด ฉันวางแก้วลงแล้วหยิบขึ้นมาอีก หยิบขึ้นมาแล้วก็วางลงอีก
ตอนนั้นเอง หางตาฉันเหลือบไปเห็นโซฟาของลู่ซิงเหย่
ผู้หญิงทรงผมเจ้าหญิงคนนั้นนั่งอยู่ตรงขอบโซฟา ยกมือถือแนบหู
ฉันมองจากโต๊ะที่อยู่ห่างออกไปหลายโต๊ะจนเห็นสีหน้าเธอไม่ชัด แต่ตัวเธอโน้มไปข้างหน้าเล็กน้อย ส่วนมืออีกข้างกำกระโปรงที่วางอยู่บนตักแน่น
