ฉันแพ้แบดมินตัน
การแข่งขันกีฬาของวิทยาลัยตำรวจก็จบลงแค่นี้
แม้จะเสียดายอยู่บ้าง แต่คู่แข่งก็เก่งกว่าฉันอยู่คนละระดับ แพ้ก็ไม่ได้น่าอายอะไร
ฉันขี่สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าออกจากวิทยาลัยตำรวจ เลียบถนนที่ใบอู๋ถงร่วงหมดต้นไปแล้วมุ่งหน้ากลับบ้าน
ไฟถนนเพิ่งเปิด แสงสีเหลืองนวลแผ่เป็นวงอยู่บนพื้น
พอเลี้ยวเข้าถนนอู่คัง ฉันก็เห็นรถคันหนึ่งจอดเด่นอยู่หน้าบ้านแต่ไกล
สีของมันยังสะดุดตาแม้จะอยู่ท่ามกลางแสงสนธยา
ลัมโบร์กินี อเวนทาดอร์สีน้ำเงินเข้ม
ตัวรถเตี้ยติดพื้น เส้นสายเฉียบคม พอสะท้อนแสงไฟถนนก็ยิ่งขับเน้นความดุดันสุดหรูออกมา
มันจอดขวางทางเข้าประตูด้านข้างพอดี
“ใครกันนะ ขับรถไม่เป็นเอาซะเลย ถึงได้จอดขวางหน้าบ้านคนอื่น” ฉันชะลอรถเข้าไปใกล้ นั่งตัวตรงบนสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าแล้วยื่นมือไปเคาะกระจกฝั่งคนขับ
กระจกค่อย ๆ เลื่อนลง เผยให้เห็นใบหน้าที่มีรอยยิ้มแต้มอยู่
โจวจื่อหยางสวมแจ็กเก็ตสีดำ ผมยังตัดสั้นเกรียนเหมือนเดิม
เขาเอี้ยวตัวมาทางฉัน “เสี่ยวหลาน ไม่เจอกันตั้งนาน”
“นายมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง?” ฉันขมวดคิ้วนิด ๆ แต่ไม่ได้ลงจากรถ ยังคงนั่งคร่อมสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าอยู่
โจวจื่อหยางเปิดประตูรถลงมายืนพิงตัวรถ มือทั้งสองข้างล้วงกระเป๋าแจ็กเก็ต ท่าทางสบาย ๆ
“ได้ยินว่าเธอย้ายมาถนนอู่คัง พอดีฉันผ่านมาทางนี้ เลยคิดว่ายังไงก็ควรแวะมาแสดงความยินดีสักหน่อย”
“ขอบใจนะ ตอนนี้นายก็รู้แล้ว มีธุระอะไรอีกไหม? ฉันจะกลับบ้านแล้ว” ฉันชี้ไปทางประตูด้านข้าง
“ไม่ชวนฉันเข้าไปนั่งหน่อยเหรอ?” เขาเอียงคอมองฉันพร้อมยิ้ม น้ำเสียงสบาย ๆ
