เคาน์เตอร์บริการของธนาคารฮุ่ยเฟิง
ฉันหาที่นั่งริมหน้าต่าง แล้วหยิบเอกสารที่เตรียมมาทีละอย่างออกจากกระเป๋า
รายงานตรวจพันธุกรรม สำเนาข้อมูลระบุตัวตนของพ่อแม่ หนังสือรับรองฉบับจริง ใบมรณบัตร และหลักฐานการรับมรดก
แน่นอนว่ายังมีรายงานการเสียชีวิตของพี่ชายที่นิติเวชออกให้ด้วย (ก็คือตัวฉันเองนี่แหละ T-T)
เอกสารปึกหนาเรียงซ้อนกันอย่างเป็นระเบียบบนโต๊ะ
ผู้จัดการลูกค้าหลังเคาน์เตอร์เป็นชายหนุ่มสวมแว่น ใส่สูทสีน้ำเงินเข้ม ผูกเนกไทอย่างเนี้ยบ
เขาชะงักไปเล็กน้อยเมื่อเห็นเอกสารกองนั้นที่ฉันวางแผ่ออกมา
เขาก้มหน้าพลิกดูทีละหน้า สายตากวาดไปมาระหว่างรายงานตรวจพันธุกรรมกับหนังสือรับรองอยู่หลายรอบ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองฉัน
“รบกวนเซ็นชื่อตรงนี้ด้วยครับ” เขาเลื่อนเอกสารฉบับหนึ่งมาตรงหน้า “แล้วก็เอกสารอีกสองสามฉบับนี้ด้วยครับ”
ฉันหยิบปากกาขึ้นมา ก้มหน้าเซ็นชื่อ
เซ็นต่อกันทีละหน้า ราวสิบกว่าฉบับจนมือเริ่มล้า แต่ขั้นตอนกลับเร็วกว่าที่คิดไว้
ทุกอย่างใช้เวลาราวครึ่งชั่วโมง บัตรใบใหม่ก็ทำเสร็จ แถมโอนเงินเรียบร้อยแล้ว
พอได้รับข้อความแจ้งเตือน ฉันมองยอดเงินบนหน้าจอด้วยความรู้สึกซับซ้อน บอกไม่ถูกว่าดีใจหรือรู้สึกอย่างอื่นมากกว่ากัน
คงจะดีใจมากกว่านิดหน่อยละมั้ง
พอเดินออกจากธนาคาร สภาพจิตใจของฉันก็ไม่เหมือนตอนเดินเข้ามาแล้ว
ความหนักอึ้งที่กดทับอยู่ในใจเมื่อครู่ เหมือนมีบางอย่างค่อย ๆ แง้มช่องว่างออกมา
แสงแดดส่องลอดช่องนั้นเข้ามา แล้วค่อย ๆ แผ่ขยายไปทั่วอก
