ฉันกับจางจิ้งหวนเดินผ่านแผนกต้อนรับของบริษัทเกมห้วงลึกเข้าไปด้านใน ระหว่างทางอดเหลือบมองพื้นที่ทำงานแบบเปิดโล่งข้าง ๆ ไม่ได้
บริเวณนั้นสว่างไสวไปทั่ว
พนักงานบางคนนั่งใส่หูฟังคุยโทรศัพท์ บางคนก้มหน้าพิมพ์แป้นพิมพ์อย่างรวดเร็ว บนโต๊ะมีกาแฟกับกล่องอาหารเดลิเวอรี่วางกองอยู่
ข้าง ๆ ยังมีคนกำลังถกเถียงเรื่องบางอย่างกันอย่างดุเดือด แม้จะพูดเสียงเบา แต่กลับพูดเร็วมาก
จางจิ้งหวนจุ๊ปากเบา ๆ อยู่ข้าง ๆ “โห แข่งกันทำงานหนักเกินไปแล้ว แค่มองฉันก็เวียนหัว”
“บริษัทเกมก็เป็นแบบนี้แหละ” ฉันละสายตากลับมา “ก่อนเกมเปิดให้เล่นก็ต้องทำงานกันจังหวะนี้”
พอเดินไปถึงหน้าห้องทำงานสุดทางเดิน ประตูก็แง้มเปิดอยู่
ฉันชะโงกมองเข้าไป
เฉิงเหย่นั่งอยู่หน้าเครื่องคอมพิวเตอร์ ผมเผ้ายุ่งเหยิง ดูเหมือนจะนั่งอยู่ตรงนั้นมาตลอดทั้งเช้า
เขาสวมเสื้อฮู้ดสีดำ คอเสื้อเอียงนิดหน่อย กำลังจ้องภาพบางอย่างบนหน้าจอ
คิ้วของเขาขมวดเล็กน้อย นิ้วพิมพ์ข้อความลงบนแป้นพิมพ์ไปสองสามบรรทัด ก่อนจะหยุดแล้วจ้องหน้าจอ เหมือนกำลังรอผลอะไรบางอย่าง
พนักงานต้อนรับสาวเคาะกรอบประตู
เฉิงเหย่เงยหน้าขึ้น สายตาหยุดอยู่ที่จางจิ้งหวนก่อน แล้วจึงเลื่อนไปทางด้านข้าง
ทันทีที่เห็นฉันยืนอยู่ตรงประตู ดวงตาของเขาก็เป็นประกายขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
เขานั่งตัวตรงขึ้น มือที่วางอยู่บนแป้นพิมพ์ชะงัก
“หลานหลาน... พวกเธอมาที่นี่ได้ยังไง?” เขาลุกขึ้นยืน พลางยกมือเสยผม แต่ผมยุ่งเหมือนรังนกแบบนั้นเห็นชัดว่าใช้มือเสยอย่างไรก็ไม่เรียบ
