ตอนเช้า
ฉันเพิ่งมาถึงโรงพัก กำลังจะเปลี่ยนเครื่องแบบและยืนมัดผมใหม่หน้ากระจก
ยางรัดผมคาบอยู่ในปาก นิ้วมือรวบผมยาวอย่างคล่องแคล่วแล้วพันสองรอบ แต่ยังมัดไม่เสร็จ ประตูก็ถูกผลักเปิดอย่างแรง
หานรุ่ยพรวดเข้ามาราวกับลมพายุ แม้แต่ประตูก็ไม่ได้เคาะ
เขายืนอยู่ตรงประตู มองฉันด้วยสีหน้าไม่สู้ดี น้ำเสียงทั้งร้อนใจและเคร่งเครียด “เสี่ยวหลาน เธอคบใครอยู่เหรอ? มีแฟนแล้วหรือ?”
ฉันยังคาบยางรัดผมอยู่ มือชะงักค้างกลางอากาศ ก่อนหันไปมองเขาอย่างงุนงง “ฉันคบใครอยู่เหรอ? กับใคร? ทำไมฉันไม่รู้เรื่องเลยล่ะ?”
“ยังจะมาแกล้งทำอีก” หานรุ่ยหยิบโทรศัพท์ออกมา ใช้นิ้วเลื่อนหน้าจอสองครั้งแล้วหันจอมาแทบจะจ่อหน้าฉัน “ดูสิ มีคนถ่ายไว้แล้ว เธอไปเดตกับซานหย่งหย่ง ฝ่ายรักษาความสงบของสถานีตำรวจเขตนี่”
ฉันก้มมอง ภาพบนหน้าจอถ่ายไว้เมื่อวานตอนเย็น มุมกล้องอยู่ไกลและถ่ายจากด้านข้าง
ในภาพฉันก้มหน้าเข็นสกู๊ตเตอร์คันเล็ก แสงอาทิตย์ยามเย็นส่องกระทบใบหน้าด้านข้างจนแดงระเรื่อ มุมปากมีรอยยิ้มบาง ๆ ที่ยังเก็บไม่ทัน
ซานหย่งหย่งเดินอยู่ข้างฉัน หันหน้ามามอง สีหน้าของเขาอ่อนโยนและมีรอยยิ้มพอดิบพอดี
ภาพดูเข้ากันอย่างลงตัว ทั้งแสงยามสนธยา บรรยากาศนุ่มนวล และคนสองคนที่เดินเคียงกัน มองยังไงก็เหมือนภาพจากซีรีส์รักวัยรุ่น
“ใครถ่ายเนี่ย” ฉันขมวดคิ้ว เงยหน้ามองหานรุ่ย “ว่างกันนักหรือไง”
“อย่าเพิ่งสนว่าใครถ่าย” น้ำเสียงหานรุ่ยร้อนใจขึ้นอีก “เสี่ยวหลาน เธอคบกับซานหย่งหย่ง ฝ่ายรักษาความสงบของสถานีตำรวจเขตจริง ๆ เหรอ?”
ฉันหันกลับไปทางกระจก รวบผมขึ้นอย่างคล่องแคล่วแล้วมัดเป็นหางม้าสูง
ตลอดปีเศษที่ผ่านมา ฉันชำนาญเรื่องมัดผมจนไม่ต้องมองด้วยซ้ำ แค่ใช้นิ้วรวบ พัน แล้วดึง ใช้เวลาแค่ 1 นาที
“ไม่มีเรื่องแบบนั้นสักหน่อย” ฉันจัดปอยผมข้างขมับหน้ากระจก “เมื่อวานมีธุระนิดหน่อย ผู้กองซานแค่แวะไปส่งฉันที่บ้าน เราก็เพิ่งเจอกันครั้งแรกเหมือนกัน”
“จริงเหรอ?” น้ำเสียงหานรุ่ยผ่อนคลายลงอย่างเห็นได้ชัด
“ฉันจะโกหกนายทำไม?” ฉันหันไปมองเขา “ผู้กองซานเป็นคนดีนะ แต่เราเพิ่งเจอกันครั้งแรกจริง ๆ”
