พอกลับถึงห้องเลขานุการ ฉันก็ปิดประตูเสียงดังปัง
ไฟโทสะในใจก็ยังมอดไม่สนิท
ลู่ซิงเหย่นี่มันไม่ได้เรื่องจริง ๆ
ทั้งที่ตอนนั้นเขาเป็นฝ่ายหายไปไม่บอกไม่กล่าวเพื่อเดบิวต์แท้ ๆ ตอนนี้กลับไปพูดทั่วว่าเป็นฝ่ายถูกฉันทิ้ง
ทำเอาเขาดูเหมือนพระเอกแสนรักที่ถูกหักอก ส่วนฉันก็กลายเป็นแฟนเก่าที่เห็นแก่เงิน
ที่น่าโมโหยิ่งกว่าคือผู้ช่วยที่ชื่ออวี่ถงคนนั้น ทำหน้าเหมือนจะบอกว่า “เธอไม่คู่ควรกับเขา” ราวกับฉันอยากไปพัวพันกับผู้ชายเฮงซวยนั่นนักหนา
ที่อัดอั้นที่สุดคือ เรื่องบ้าบอพวกนี้มันเกี่ยวอะไรกับฉันด้วย?
เป็นกรรมของเจ้าของร่างเดิมแท้ ๆ แต่ตอนนี้กลับโยนภาระให้ฉันรับผิดชอบ
เรื่องเก่า ๆ พวกนี้ฉันไม่อยากยอมรับสักข้อ แต่ตอนนี้คนอื่นไม่สนใจหรอก พวกเขาสนแค่ใบหน้านี้กับชื่อนี้
ฉันฟุบหน้าลงบนโต๊ะ เอาหน้าผากแนบกับหลังมือ แล้วถอนหายใจเฮือกใหญ่
ช่วงเช้าฉันทำงานอย่างใจลอย เห็นเอกสารบนโต๊ะแล้วก็หงุดหงิดจนแทบทนไม่ไหว
ถึงเวลาอาหารกลางวันแล้ว ฉันก็ไม่ได้ไปโรงอาหาร
ฝากหลิ่วเจียอี๋ซื้ออาหารง่าย ๆ มาให้หนึ่งชุด ฉันล็อกประตูห้องเลขานุการแล้วนั่งกินบนโซฟาได้สองสามคำ แต่ไม่ค่อยอยากอาหาร กินไปได้ครึ่งเดียวก็วางลง
ในหัวเอาแต่คิดถึงคำพูดของอวี่ถง ยิ่งคิดก็ยิ่งหงุดหงิด สุดท้ายเลยหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาไถเล่น
ไม่รู้ทำไม พอเปิดทีเค คลิปแรกที่ระบบแนะนำกลับเป็นประกาศจากสตูดิโอของลู่ซิงเหย่
บัญชีทางการของสตูดิโอโพสต์ภาพประกาศ พื้นหลังสีขาว ตัวอักษรสีดำ ถ้อยคำเป็นทางการมาก
เนื่องจากลู่ซิงเหย่ป่วยกะทันหันและเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล คอนเสิร์ตที่เผิงเฉิงซึ่งกำหนดจัดขึ้นในวันที่ 20 ของเดือนนี้จะเลื่อนออกไป วันจัดงานใหม่จะแจ้งให้ทราบภายหลัง ขออภัยในความไม่สะดวก
ฉันเลื่อนดูความคิดเห็นลงไป ข้อความจากแฟน ๆ ไหลผ่านอย่างรวดเร็ว
