“แล้วชอบไหม?”
จีซีอิงไม่ลังเลเลย เธอพยักหน้าเบา ๆ
“ชอบสิ”
อวี้จิ่งหรงยกยิ้มบาง ๆ พลางคิดอยากหยอกเธอ “ชอบแค่ไหนล่ะ?”
คราวนี้จีซีอิงไม่ตอบ
เธอเลือกใช้การกระทำแทนคำพูด
ร่างบอบบางเอนเข้าไปเล็กน้อย ก่อนจะแตะจูบมุมปากเขา
กลิ่นหอมคุ้นเคยของดอกพลาไทโคดอนลอยมา อวี้จิ่งหรงชะงักไปครู่หนึ่ง
“ชอบจิ่งหรงที่สุดเลย”
หญิงสาวเอ่ยอย่างหนักแน่น
สัมผัสนุ่มนวลอุ่นเย็นแตะลงบนริมฝีปาก ช่างหอมหวานจนยากจะถอนตัว
อวี้จิ่งหรงยังไม่ทันตั้งตัว ร่างกายก็เลือกไปก่อนแล้ว
มือใหญ่แนบลงบนเอวด้านหลังอันนุ่มนิ่มของหญิงสาว ส่วนมืออีกข้างประคองท้ายทอยเธอไว้ ก่อนจะจูบลงไปเช่นนั้น
ทำให้จูบที่เดิมตั้งใจจะแตะเพียงแผ่วเบายืดยาวออกไป
จีซีอิงเบิกตากว้าง มองเขาอย่างตกตะลึง
มือเล็กที่วางอยู่บนอกเขาผลักไสโดยไม่รู้ตัว แต่เมื่อรู้ว่าคนตรงหน้าคือคนรัก เธอก็ไม่ขัดขืนอีก
มือเล็กเกาะเสื้อเขาอย่างทำอะไรไม่ถูก เงยหน้ารับจูบที่รุกเร้า
อวี้จิ่งหรงรู้สึกได้ว่าเธอยอมตาม จึงผ่อนแรงลงเล็กน้อย
ริมฝีปากแนบชิดกัน ตอนแรกเป็นเพียงการหยั่งเชิงแผ่วเบา เขาดูดดึงริมฝีปากล่างนุ่มนิ่มของหญิงสาว ค่อย ๆ คลอเคลีย ก่อนจะแทรกลิ้นผ่านฟันขาวเข้าไปอย่างไม่รีรอ
“ก๊อก ๆ ๆ—”
เสียงเคาะประตูดังขึ้นในจังหวะนั้น จีซีอิงพลันได้สติจากความมึนงง แล้วผลักเขาออก
“ข้างนอกมีคน”
“ไม่ต้องสนใจ”
อวี้จิ่งหรงแนบริมฝีปากกับเธอ จูบต่อโดยไม่คิดจะใส่ใจ
แต่เสียงเคาะประตูหยุดไปเพียงไม่กี่วินาทีก็ดังขึ้นอีกครั้ง
