เหอซื่ออวี่กับเหอจือหานเดินเข้าไปในห้องด้านในของห้องหนังสือ เมื่อเห็นเหออี้จือนอนคว่ำหน้าอยู่บนพื้นพร้อมกับเศษแจกันกระจายเกลื่อน พลันชะงักงันไปครู่หนึ่ง
เหอจือหานดึงชายเสื้อของเหอซื่ออวี่เบา ๆ : "เฮ้ย พี่ใหญ่ไม่ตายจริง ๆ ใช่ไหม?"
เหอซื่ออวี่ดึงชายเสื้อของตนออก แล้วค่อย ๆ เดินเข้าไปหาเหออี้จือที่อยู่ตรงหน้า ย่อตัวลงไปตรวจดูการหายใจของเขา ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองเหอจือหานผู้มีสีหน้าเคร่งเครียด
"ไม่ตาย แค่สลบไปเท่านั้น"
"เจ้าช่วยข้ายกเขาขึ้นไปวางบนเตียงหน่อย แล้วเราค่อยเก็บเศษแจกันพวกนี้อีกที พอหมอมา ก็บอกว่าเขาชนจนสลบไปเอง"
เหอจือหานเดินเข้ามาพลางถามอย่างไม่เข้าใจ : "พี่สะใภ้ก็บอกแล้วนี่ว่าพี่ใหญ่ชนจนสลบไปเอง ทำไมต้องย้ำอีกเล่า?"
เหอซื่ออวี่ : "...อืม พี่สะใภ้บอกว่าอย่างไรก็อย่างนั้น ฟังพี่สะใภ้ไม่ผิดแน่"
โง่จริง ๆ!
จากภาพที่เห็นตรงหน้า ไม่ว่าจะมองจากมุมไหนก็ไม่ใช่การชนจนสลบไปเองได้ ใครบางคนตีเขาจากทางด้านหลังจนสลบไปชัด ๆ
แต่คนโง่ก็มีวาสนาของคนโง่ โง่ก็ไม่เลวนัก อย่างน้อยก็ไม่มาขัดขวางเรื่องของเขากับพี่สะใภ้
เพื่อไม่ให้คนในจวนตื่นตระหนก เหอจิ้นจึงแอบไปเชิญหมอหลี่มาอย่างลับ ๆ
ตอนหมอหลี่มาถึง เซียวซือเยวี่ยนเปลี่ยนเสื้อผ้าเรียบร้อยแล้ว จัดผมที่ยุ่งเหยิงให้เข้าที่ ยืนอยู่ข้างเตียงมองอาการเหออี้จือพลางเช็ดน้ำตา
เหอซื่ออวี่และเหอจือหานยืนอยู่ด้านหลังนาง ราวกับเทวดาผู้พิทักษ์สององค์ซ้ายขวา เมื่อเซียวซือเยวี่ยนร่ำไห้อย่างทุกข์ระทม มือทั้งสองของพวกเขาก็วางลงบนไหล่ซ้ายขวาของนางพร้อมกัน ปลอบโยนนางเบา ๆ
