ครั้นเหอซื่ออวี่และเหอจือหานจากไปแล้ว เซียวซือเยวี่ยนก็เดินไปที่เรือนข้าง กดประตูเปิดเข้าไป
นางถือถาดในมือ บนถาดมีขนมนานาชนิดวางเรียงราย
อันเยวี่ยเริ่มขยับตัวได้บ้างแล้ว พิงอยู่บนเตียง มิได้นอนราบเช่นสองสามวันก่อน
เขามองเซียวซือเยวี่ยนเดินเข้ามา สายตาตกบนดวงตาของนาง เห็นรอยเลือดฝาดในดวงตาและความเศร้าหมองระหว่างคิ้ว ก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย
ห้องข้างของนางอยู่ใกล้ที่นี่เกินไป สองน้องสามีอยู่ตรงนั้นด่าทออะไรกัน เขาได้ยินถนัดหู จึงรู้ว่าเกิดเรื่องอันใดขึ้น
เพราะรู้จึงทำให้เขาคิดฆ่าคนโดยไร้คำสั่งของผู้นั้นเป็นครั้งแรก
เมื่อคืนทั้งคู่ยังเป็นสามีภรรยาที่รักใคร่กันดี ท่าทางเสเพลของผู้นั้นทำให้คิดว่าชอบพอและทะนุถนอมฮูหยินผู้นี้เพียงใด ไม่คิดว่าจะเป็นบุรุษโสโครกเช่นกัน
วันก่อนยังเป็นดอกโบตั๋นสดใส ทว่าวันนี้กลับเพิ่มความเศร้าหมองลงหลายส่วน ดั่งถูกสายลมและน้ำค้างแข็งโบยตี ทั้งร่างไร้ซึ่งเรี่ยวแรง
แต่กระนั้น กลับเพิ่มความน่าเวทนาน่าเอ็นดู ผู้คนพากันอยากปกป้องนาง อยากโอบกอดไว้ในอ้อมแขนทะนุถนอม
ท่านกั๋วกงผู้นั้นมีฮูหยินผู้อ่อนโยนเช่นนี้ ยังออกไปเสเพลหาความสำราญข้างนอก คำพูดของเหล่าองครักษ์ที่ว่า ‘ดอกไม้บ้านไกลย่อมหอมกว่าดอกไม้บ้านใกล้’ นั้นเป็นจริงกระนั้นหรือ
“วันนี้ข้าจะออกนอกจวน ประมาณพรุ่งนี้จึงจะกลับ ข้าไว้สาวใช้คนสนิทคนหนึ่งในจวน นางจะแวะมาดูเจ้าบ้างเป็นครั้งคราว หากเจ้าต้องการสิ่งใดก็บอกนางได้ เจ้าจะไปเมื่อใดก็ตามใจ ไม่ต้องบอกข้า เดินจากไปได้เลย ข้าไม่ถามที่มาของเจ้า และไม่ถามที่ไปของเจ้า”
