หนานจิ่งเฉินถูกมือเล็ก ๆ นั่นกดตัวเขาไว้กับเบาะคนขับจากทางด้านหลังก็ยังงง ๆ อยู่
เด็กตัวแค่นี้ ทำไมแรงถึงเยอะขนาดนี้?
และในจังหวะที่กำลังงงอยู่นั่นเอง อาซุ่ยน้อยก็เปิดประตูรถกระโดดลงไปอย่างรวดเร็ว เสียงเด็กใสตวาดใส่คนรอบ ๆ อย่างดุกร้าว
“ใครกล้ารังแกม่าม้าของอาซุ่ย?!”
พวกที่กำลังสาดเสียเทเสียอยู่ก่อนแล้ว พอเห็นเด็กคนหนึ่งลงมาจากรถก็พากันอึ้ง
อยู่ในหมู่บ้านจัดสรรเดียวกัน ใครมีเด็กที่บ้านก็ต้องเจอกันบ้างเป็นครั้งคราว คุณนายที่จำหนานจือจือได้ตั้งแต่แรกเห็นก็มีลูกที่ไปมาหาสู่กับลูกตระกูลว่าน
ย่อมดูออกว่าอาซุ่ยน้อยไม่ใช่ลูกตระกูลว่าน
“นี่คือแม่ของหนูเหรอ? ฉันจำได้ว่าลูกตระกูลว่านหน้าตาไม่เห็นเป็นแบบนี้หนิ”
หญิงสาวพูดพลางเหมือนนึกอะไรขึ้นได้ สายตาที่มองหนานจือจือก็ยิ่งดูแคลนมากขึ้น
“นี่เล่นมีชู้จนมีลูกแล้วเนี่ยนะ!”
ข้าง ๆ มีคนสมทบทันที “ลูกโตขนาดนี้แล้ว ประธานว่านโดนสวมเขาใส่หัวมากี่ปีกันเนี่ย?”
“ก็ดูเธอต่อหน้าคนอื่นทำเป็นแม่ศรีเรือนดีนัก ประธานว่านน่าสงสารแท้ เป็นผู้ชายที่ดีจะตาย...”
พูดกันราวกับตัดสินโทษหนานจือจือแล้ว หนานจือจืออยากอธิบาย แต่ก็ไม่มีใครฟังเธอเลย
อาซุ่ยน้อยยิ่งโกรธหนัก หน้ากลมป่องด้วยความโมโห พลันก็ไม่พูดอะไรสักคำหันหลังวิ่งตุ้บ ๆ ไปยังแนวต้นไม้ริมทาง สองมือกอดต้นไม้ต้นเล็ก ๆ ที่ปลูกอยู่ข้างในซึ่งต้นหนาพอ ๆ กับขาผู้ใหญ่
ตอนที่ทุกคนไม่รู้ว่าเธอจะทำอะไร ก็เห็นหนูน้อยออกแรงยก เธอกลับถอนต้นไม้เล็ก ๆ ที่สูงเท่าผู้ใหญ่ขึ้นมาจากพื้นได้ดื้อ ๆ !
ฝูงชนที่กำลังสาดเสียเทเสียกันเมื่อครู่ต่างตะลึงพรึงเพริดกับพฤติกรรมน่าตกตะลึงของเด็กหญิงตัวเล็กนี้ ชั่วขณะหนึ่งก็ลืมที่จะพูดอะไร
แม้แต่หนานจิ่งเฉินที่เดิมทีจะลงจากรถยังตกตะลึงค้างตรงนั้น ไม่อยากเชื่อว่าหนูน้อยพลังประหลาดตรงหน้าคือหลานสาวแท้ ๆ ของตัวเอง
