ซ่อนความรู้สึกผิดในแววตา หนานจือจือรีบไล่พ่อบ้านออกไป ปิดประตู แล้วเดินเร็วเข้าไปข้างใน
“ซุ่ยซุ่ย คุณตารู้แล้วว่าแหวนหาย เราต้องรีบเอาแหวนไปคืน…”
คำว่า[คืน]ยังไม่ทันพ้นปาก ก็พบว่าแมวตัวโตตัวหนึ่งหายไปจากห้องแล้ว
พอเพ่งดูดี ๆ แหวนก็ดูเหมือนจะหายไปด้วย
ก็เห็นอาซุ่ยน้อยชี้ไปที่ระเบียงที่เปิดอยู่ แล้วพูดว่า “อาซุ่ยให้เจ้ายมบาลเอาแหวนไปคืนแล้วค่า~”
หนานจือจือชะงักไปหนึ่งวินาที กะพริบตาปริบ ๆ
ปฏิกิริยานี่ เร็วขนาดนี้เลยเหรอ?
เมื่อกี้เธอไม่ได้ยินเสียงแมวออกไปเลย!
ในใจโล่งอกไปเปราะหนึ่ง แต่ก็อดเสียดายไม่ได้
เมื่อกี้ได้เจอแม่ เธอยังไม่ทันได้คุยกับแม่มากกว่าสองประโยคเลย
กำลังคิดอยู่ ก็รู้สึกว่ามือถูกมือน้อย ๆ จับไว้ ก้มลงดู ก็เห็นอาซุ่ยน้อยเงยหน้ามองเธอ ใบหน้าเล็ก ๆ จริงจังและน่ารัก
“ม่าม้าไม่ต้องห่วงนะคะ ครั้งหน้าอาซุ่ยจะให้ม่าม้าได้คุยกับคุณยายอีกนะ”
รอให้เธอสะสมบุญกุศลใหม่ แล้วเติมพลังวิญญาณให้เต็มเปี่ยม!
หนานจือจือมองท่าทางเล็ก ๆ ที่เอาจริงเอาจังและดูเป็นผู้เป็นคนของอาซุ่ย ทั้งที่ตัวเองก็เป็นแค่เด็ก แต่กลับคอยห่วงใยดูแลเธอที่เป็นแม่เสมอ
ในใจทั้งอ่อนโยนและเจ็บปวดใจ อดไม่ได้ที่จะย่อตัวลงลูบศีรษะเธอ แล้วพูดว่า
“จ้ะ แม่ต้องพึ่งอาซุ่ยแล้วล่ะ อาซุ่ยของแม่เก่งมากจริง ๆ”
แหะ ๆ โดนชมอีกแล้ว
อาซุ่ยน้อยยิ้มอย่างมีความสุขมาก
