ผู้ชมในไลฟ์สดฟังเสียงเด็กที่ทั้งอ่อนเยาว์และหนักแน่นท่ามกลางความมืด ก็รู้สึกเหมือนถูกโน้มน้าวอย่างประหลาด
แต่ไม่นาน พวกเขาก็เริ่มตั้งสติได้
[เดี๋ยวนะ คนที่พูดเหมือนจะเป็นหนูจือซุ่ยน้อย?]
[ผู้กำกับซานนี่ทำตัวไม่ค่อยเป็นคนเลยนะ เด็กตัวแค่นี้ดึกดื่นไม่ให้หลับให้ นอน ยังให้ท่องบทพูดยาวขนาดนี้อีก]
[พูดซะเหมือนจริง ฉันเกือบเชื่อแล้ว!]
ขณะที่ชาวเน็ตเข้ามาดูการเปิดไลฟ์กลางดึกมากขึ้นเรื่อย ๆ คนของทีมงานรายการก็รู้สึกว่ามีอะไรผิดปกติในที่สุด
จนท.ที่เฝ้าหน้าจอมอนิเตอร์รีบปิดไลฟ์สดเป็นคนแรก จากนั้นก็แจ้งผู้กำกับซานและโปรดิวเซอร์
ผู้กำกับซานกับโปรดิวเซอร์ฟังแล้วถึงกับอึ้งไปเลย
ตอนแรกก็นึกว่าแค่พวกเขาสองคนซวยเจอผีกลางดึกเอง
แต่ตอนนี้กลับมาบอกว่า ตอนที่พวกเขาเจอผีนั้น ไลฟ์สดดันเปิดอยู่ และมีคนเป็นแสนมาร่วมดูผีกับพวกเขาในตอนกลางดึก??
นี่ก็นับเป็นอุบัติเหตุในการออกอากาศอีกแบบไม่ใช่หรือไง?
ผู้กำกับซานกับโปรดิวเซอร์กลุ้มใจว่าจะจัดการประชาสัมพันธ์เรื่องนี้ยังไง แต่ม่อไป่เหอกับหนานจิ่งเฉินกลับเป็นห่วงเรื่องผีแม่มากกว่า
“นายเก็บผีตนนี้ไป แล้วหนูเบตตี้จะทำยังไง?”
หนานจิ่งเฉินถาม
แม้เขาจะไม่ชอบเด็ก แต่พอได้ยินว่าเด็กน้อยคนหนึ่งถูกทารุณมาตั้งแต่เล็ก ก็รู้สึกอึดอัดใจไม่น้อย
ตามที่ผีแม่ตนนั้นบอก มันอาจจะเป็นสิ่งเดียวในชีวิตน้อย ๆ ของหนูเบตตี้ที่คอยปกป้องและดูแลเธอ
ม่อไป่เหอในฐานะแม่คู่หูของหนูเบตตี้ในรายการ ถึงจะเพิ่งรู้จักกันไม่ถึงวัน แต่ก็อดรู้สึกสงสารเด็กคนนั้นไม่ได้
