[อ๊ากกก นี่มัน ‘มาสคอต’ ประจำบริษัทไม่ใช่เหรอ?!]
[ฉันเคยได้ยินนะ! แบบนี้พูดให้ดีก็คือเธอเสริมดวงบริษัท แต่ใครจะรู้ล่ะว่าบริษัทบังคับยืมโชคของเธอไปหรือเปล่า?]
[บรรพบุรุษนี่ก็ลำบากเกินไปแล้ว นึกภาพออกเลยว่าท่านต้องก้มหัวโขกพื้นหาทุกวิถีทางเพื่อขอความช่วยเหลือ]
สวี่เซิ่งมองดูแชทสดตรงหน้า สีหน้าเปลี่ยนจากตอนแรกที่เหมือนฟ้าถล่ม เป็นความรู้สึกผิดที่เห็นได้ชัดในภายหลัง
อาซุ่ยน้อยก็เห็นเช่นกัน จึงได้ถือโอกาสอธิบาย
“ดวงเสริมแบบปกติไม่ใช่การบังคับยืมนะ อย่างที่มักพูดว่าดวงเสริมสามี เสริมภรรยา เสริมกิจการลูกหลาน พวกนี้ล้วนเป็นดวงที่เสริมกันและกัน หากมาอยู่รวมกันก็จะเกิดผลลัพธ์ 1+1=3”
เธอพูดต่ออีกว่า
“แต่แบบของพี่ชายคนนี้ เจ้านายใช้วิธีบางอย่างบังคับยืม ‘1’ ของพี่ชายไป ทำให้เจ้านายกลายเป็น ‘2’ คนเดียว ส่วนพี่ชายก็กลายเป็น ‘0’”
อาซุ่ยน้อยพยายามใช้การคำนวณเลขง่ายๆ อธิบายสถานการณ์นี้
ผู้ชมในไลฟ์ก็เข้าใจ
[คำอธิบายด้วยการคำนวณระดับประถมนี่ก็เหมาะกับวัยของสตรีมเมอร์ดีนะ]
[ฮ่าๆ นึกถึงตอนสอนเลขให้ลูกชายตัวแสบเลย ฉันบอกให้ไปยืม 1 ข้างหน้า เขาถามกลับว่าถ้าข้างหน้าไม่ให้ยืมจะทำยังไง...]
ทุกคนกำลังสนใจความรู้เลข 1+1 กัน มีเพียงสวี่เซิ่งที่ฟังประโยค “พี่ชายกลายเป็น 0” แล้วรู้สึกเย็นวาบไปทั้งแผ่นหลัง
ประกอบกับที่สตรีมเมอร์บอกว่าเขายังไม่ตายในตอนนี้
นั่นหมายความว่า เขากลายเป็น 0 แล้ว ก็จะ...ตายงั้นเหรอ?
สวี่เซิ่งคิดเช่นนั้นก็ถามออกไปแบบนั้น อาซุ่ยน้อยคิดนิดหน่อยแล้วพยักหน้า
“ถ้าโชคถูกยืมไปมากๆ พี่ชายจะเริ่มเจอแต่เรื่องซวยๆ นานา ตอนแรกอาจแค่ขาหักหรือไม่ก็ป่วย แต่พอโชคหมดลงอย่างสิ้นเชิง เรื่องซวยที่พี่ชายเจอก็จะยกระดับขึ้นทันที”
