อีกฟากหนึ่ง
เฉินเสวี่ยเฉินยังไม่รู้ตัวว่าสิ่งที่ตัวเองเพิ่งแอบฝังไว้ ถูกใครบางคนขุดออกมาทันที
กลับมาถึงห้อง ก็เห็นภายในห้องมีคนเพิ่มขึ้นมาหนึ่งคน คือหนานจือฮุ่ย
เธอถูกหนานจือหลินลากมา ใช้ช่วงพักเล่นเกมด่านที่ค้างให้เขาจนผ่าน
ถึงจะเป็นฝาแฝด แต่เพราะเป็นการเรียนตัวต่อตัว เฉินเสวี่ยเฉินจึงรับผิดชอบแค่หนานจือหลินคนเดียว
ดังนั้น เธอจึงไม่ได้ใส่ใจหนานจือฮุ่ยสักเท่าไร
แต่ได้ยินว่าทางคุณหนานได้จ้างครูสอนไวโอลินกับครูวาดรูปให้เด็กคนนั้นต่างหาก แถมยังมีครูสอนพิเศษคณิตศาสตร์โอลิมปิกโดยเฉพาะอีกด้วย
หนานจือหลินน่ะพอเข้าใจ เพราะเป็นลูกชาย แต่ตระกูลหนานก็ให้การสนับสนุนหนานจือฮุ่ยไม่น้อยไปกว่ากันเลย
เฉินเสวี่ยเฉินยอมรับว่าตัวเองรู้สึกอิจฉาอยู่บ้าง
ครอบครัวเธอไม่ได้ถือว่าจน หากเทียบกับคนทั่วไปก็ยังดีกว่ามากนัก เฉินเสวี่ยเฉินไม่เคยรู้สึกอะไร แต่หลังจากได้มาเห็นความมั่งคั่งของตระกูลหนานด้วยตาตัวเอง ในใจก็อดจะไม่รู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจไม่ได้
เด็กอย่างหนานจือหลิน ไม่ได้เรียนเก่งกาจอะไรนัก เพียงเพราะเกิดมาในตระกูลหนาน ก็มีทรัพยากรสารพัดให้เลือก มีครูสอนพิเศษพร้อมให้เปลี่ยน แต่ตัวเขากลับไม่เคยเห็นค่า
เขาถึงจะนอนเฉย ๆ ก็ดูเหมือนภูมิหลังครอบครัวจะทำให้เขา “ดีเด่น” ขึ้นมาได้
ส่วนหนานจือฮุ่ยก็ไม่ต้องพูดถึง
เด็กผู้หญิงตัวเล็ก ๆ แต่ก็ได้รับการฝึกฝนมามากมายตั้งแต่เด็ก
เฉินเสวี่ยเฉินทั้งอิจฉาทั้งริษยา ห้ามใจไม่ได้จนเกิดความปรารถนาอยากจะเป็นส่วนหนึ่งในนั้น
เดินมาอยู่ต่อหน้าเด็กทั้งสอง เฉินเสวี่ยเฉินเคาะโต๊ะ พูดว่า
