“ขาสั้น มองจนตาค้างเลยล่ะสิ”
เสียงเย็นชาแฝงความเยาะเย้ยดังมาจากด้านหลัง อาซุ่ยน้อยหันไปก็เห็นลุงห้า หนานจิ่งเฉิน กำลังมองเธอด้วยสายตาเหยียดหยัน
“ตระกูลหนานไม่ได้ขัดสนอย่างที่เธอคิด ดีใจไหมล่ะ”
หนานจิ่งเหยียนขมวดคิ้วเล็กน้อย ส่วนหนานจือจือที่อยู่ข้าง ๆ ยิ่งกันอาซุ่ยไว้ข้างหลังโดยอัตโนมัติ แล้วเอ่ยเรียกด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ
“พี่ห้า!”
หนานจิ่งเฉินชำเลืองมองเธอแวบหนึ่ง น้ำเสียงก็ไม่เกรงใจเหมือนกัน
“อย่าเรียกฉันว่าพี่ อย่าคิดว่าที่ฉันไปรับเธอคือยกโทษให้แล้วนะ เธอกับไอ้ขาสั้นนั่นฉันไม่ชอบทั้งคู่”
นึกถึงตอนที่ตัวเองเคยแอบให้คนไปส่งของขวัญวันเกิดให้เด็กคนนั้น แต่กลับถูกมองว่าขัดสน แล้วโยนทิ้งถังขยะ หนานจิ่งเฉินก็ไม่รู้สึกชอบเด็กสาวหน้าตาจิ้มลิ้มตรงหน้าเลยสักนิด
ในสายตาเขา เด็กคนนี้ก็เหมือนพ่อของเธอ ใช้หน้าตาหลอกคนเป็น
อาซุ่ยน้อยหน้าบึ้งตึงใส่ลุงห้าตรงหน้า “อาซุ่ยไม่ใช่ขาสั้นนะ!”
หนานจิ่งเฉินหัวเราะเยาะ
“เธอจะดูหน่อยไหมว่าในที่นี้ใครขาสั้นกว่าเธอ”
อาซุ่ยน้อยกวาดตามองรอบ ๆ จริง ๆ เพราะเธอยืนอยู่ สิ่งที่เห็นมีแต่ขา ทุกคนขายาวกว่าเธอ
แล้วมันยังไงล่ะ
เธอสี่ขวบครึ่ง ไม่ใช่ไม่ยอมโตซะหน่อย
ลุงห้าคนนี้ น่ารังเกียจจัง!
อยากโยนทิ้ง!
เห็นเด็กน้อยถูกตอกย้ำจนหัวฟู หนานจิ่งเหยียนจึงเอ่ยปากห้าม
“เจ้าห้า อย่ารังแกเด็ก”
เจ้าห้ายักไหล่ แล้วเดินนำเข้าไปข้างใน
พ่อบ้านสวมเสื้อคลุมยาวสไตล์จีนก้าวเข้ามา เขามองหนานจือจือก่อน แล้วจึงมองอาซุ่ยน้อยข้าง ๆ เธอ ก้มตัวลงเล็กน้อย แล้วยิ้มเอ็นดูให้เธอ
