คุณปู่พูดง่ายผิดคาด ไม่ใช่แค่หนานจิ่งเฉินที่รู้สึกเหลือเชื่อ แม้แต่หนานจือจือและหนานจิ่งเหยียนกับพี่น้องอีกสองคนก็อดแปลกใจไม่ได้
หนานเจิ้งเฟิงสัมผัสได้ถึงสายตาของลูก ๆ แต่ตอนนี้เขาไม่มีกะจิตกะใจจะสนใจ
มองเด็กในอ้อมแขนของหนานจิ่งทิง แล้วพยักหน้าให้พ่อบ้าน
“พาเขาไปจัดการให้เรียบร้อยก่อน เรียกหมอประจำบ้านมาดู แล้วแจ้งให้ที่บ้านมารับ”
สั่งการอย่างรวดเร็วแล้ว จึงหันมามองอาซุ่ยน้อย สีหน้าตึงเล็กน้อย พูดเพียงว่า
“หลานตามฉันมา”
ตอนที่หนานจือจือได้รับข่าว อาซุ่ยก็วิ่งออกจากวิลล่าไปแล้ว เธอจึงไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นในห้องทำงานของพ่อ หรือเกิดอะไรขึ้นระหว่างอาซุ่ยกับพ่อ
เธออยากตามไปช่วยอธิบาย แต่อาซุ่ยน้อยกลับโบกมือให้ซือเป่ยอันในอ้อมอกหนานจิ่งทิง แล้วก้าวขาสั้น ๆ กระย่องกระแย่งตามคุณปู่ไปติด ๆ
มองแผ่นหลังของคนแก่และเด็กที่ขึ้นบันไดไป ทุกคนล้วนงุนงง
ส่วนหนานจือหลินดูออกจะกังวล ดึงมือหลินหว่านอวี้ แล้วร้องเรียกเบา ๆ
“แม่…”
หลินหว่านอวี้ลูบมือลูกเพื่อปลอบใจ หนานจิ่งเหยียนก็หันไปทางทั้งสอง
สบตากับแววตาดุดันจับผิดของพ่อ หนานจือหลินก็รู้สึกผิด แล้วก้มหน้าลงเล็กน้อย
แต่ไม่นานหนานจิ่งเหยียนก็พาเขากลับห้อง
ประตูห้องปิด หนานจิ่งเหยียนหน้าตึง แล้วถามเขาว่า
“เรื่องวันนี้มันเป็นอะไรกันแน่”
ก่อนหน้านี้เขาถามพ่อบ้านแล้ว ได้ความว่าหนานจือหลินจู่ ๆ ก็บุกเข้าห้องอาซุ่ยตะโกนลั่น ทำให้อาซุ่ยกับแมวกระโจนออกจากห้อง แล้วเกิดเรื่องตามมา
หลินหว่านอวี้เห็นหนานจือหลินหดตัว นึกอยากจะพูดอะไร ก็ได้ยินหนานจิ่งเหยียนบอกว่า
“ให้เขาพูดเอง”
เขามองดูลูกชาย พูดว่า
“จือหลิน ลูกโตแล้ว และยังเป็นหลานชายคนเดียวของตระกูลหนาน จะพูดจะทำต้องมีความรับผิดชอบ”
