ไม่ต้องพูดถึงว่าแม่นมฝูหาเรื่องซุ่ยซุ่ยของเธอครั้งแล้วครั้งเล่า ถึงแม้จะไม่มีเรื่องนี้ แค่รู้ว่าสิ่งที่ซุ่ยซุ่ยทำบางอย่างจะบั่นทอนบุญกุศลและพลังวิญญาณของตัวเอง หนานจือจือก็ไม่มีทางปล่อยให้ซุ่ยซุ่ยของเธอเกิดจิตเมตตาเพียงเพราะอีกฝ่ายพูดไม่กี่คำ
เหมือนจะเห็นแววปฏิเสธบนใบหน้าของหนานจือจือ สีหน้าของแม่นมฝูพลันเปลี่ยนไป ทันใดนั้นก็ทรุดลงนั่งกับพื้น เริ่มร้องไห้ฟูมฟายอย่างน่าสงสาร
“คุณนาย ฉันรู้ว่าฉันเคยล่วงเกินคุณ แต่เห็นแก่ที่ฉันอายุปูนนี้แล้วเถอะนะ ให้เธอช่วยลูกชายฉันทีเถอะ! ฉันมีลูกชายแค่คนเดียวนะคะฮือๆๆ พวกคุณจะเห็นคนตายไม่ช่วยแบบนี้ไม่ได้นะ...”
หนานจือจือได้ยินก็ขมวดคิ้ว กำลังจะเปิดปากช่วยอาซุ่ยปฏิเสธ ก็ได้ยินข้าง ๆ อาซุ่ยน้อยพลันเอ่ยขึ้นอีกครั้ง น้ำเสียงอ่อนหวานแฝงความไม่เข้าใจชัดเจน
“คุณยายแปลกจังเลยนะ”
เธอพูดว่า
“คุณยายอยากให้อาซุ่ยช่วยลูกชายคุณยาย ทำไมถึงถามแต่ม่าม้าของอาซุ่ยล่ะ?”
น่าจะมาถามเธอตรง ๆ รึเปล่า?
เธอคืออาจารย์สวรรค์น้อยนะ~
คำพูดของอาซุ่ยน้อยครานี้ ไม่เพียงแต่แม่นมฝูชะงัก แม้แต่หนานจือจือก็อึ้งไปอย่างเห็นได้ชัด
เธอก็เพิ่งนึกขึ้นได้ในภายหลังว่ามีบางอย่างผิดปกติ
เพราะว่าอาซุ่ยยังเป็นเด็ก ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นเธอหรือแม่นมฝู ล้วนรู้สึกกันโดยไม่รู้ตัวว่าเด็กไม่สามารถตัดสินใจอะไรเอง หรืออีกอย่างคือ ขอแค่ผู้ปกครองพยักหน้า เด็กก็จะทำตามความต้องการของผู้ปกครอง
ยิ่งไปกว่านั้น ถึงแม้เด็กจะไม่เต็มใจ แต่ขอแค่จัดการกับผู้ปกครองได้ เด็กก็ไม่มีทางปฏิเสธ
ทว่า พวกเธอลืมไปหมดแล้ว
อาซุ่ยน้อยไม่ใช่เด็กธรรมดา
เธอมองปราดเดียวก็รู้ว่าแม่นมฝูขโมยของของตระกูลว่านไป และรู้ด้วยว่าของสิ่งนั้นมีปัญหา
