คนที่มาถึงคือฝูวั่นจือ แม้หนานเจิ้งเฟิงกับพวกเด็ก ๆ จะบอกให้เธออยู่เฝ้าบ้านก็ตาม
แต่หลานชายหายตัวไป ตอนนี้ลูกชายคนหนึ่งกับหลานสาวก็ยังเหมือนจะติดอยู่ในสถานการณ์อันตราย ฝูวั่นจือย่อมทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นไม่ได้
เธอรู้อยู่แล้วว่ามู่เหยาเหยาก็มาด้วย โดยมีเจ้ายมบาลพามา
แม้แต่คนที่ยังไม่ได้แต่งเข้าบ้านก็ยังกระตือรือร้นขนาดนี้ ไม่มีเหตุผลที่ว่าที่แม่สามีอย่างเธอจะไม่ทำอะไรเลย
หนานจิ่งเฮ่อรู้ว่าตัวเองเกลี้ยกล่อมฝูวั่นจือไม่สำเร็จ และไม่อยากเสียเวลาพูดให้มากความ จึงบอกแค่ว่า
“ตามพวกเราให้ติด”
เขาไม่รู้สถานการณ์ข้างในแน่ชัด จึงปล่อยให้แม่เสี่ยงอันตรายคนเดียวไม่ได้
พอฝูวั่นจือเห็นลูกชายคนรองตอบตกลงโดยไม่อิดออด ก็เผยสีหน้าดีใจขึ้นมาทันที ลูกคนรองนี่ช่างรู้ใจจริง ๆ เชื่อมั่นในฝีมือของเธอยิ่งกว่าตาแก่เสียอีก
ระหว่างที่พวกเขาคุยกัน สมาชิกทีมทางนั้นก็ถือยันต์หลายแผ่นเดินเข้ามา
“หัวหน้า นี่คือยันต์เดินยมโลก พอแปะไว้บนตัวก็จะกลบกลิ่นอายของคนเป็น ทำให้เดินร่วมทางกับผีได้”
พูดอีกอย่างคือ พอแปะแล้วกลิ่นอายก็แทบไม่ต่างจากผี
ถ้าอาณาเขตในตึกกีดกันแค่คนเป็น ของสิ่งนี้ก็น่าจะใช้ได้
หนานจิ่งเฮ่อรับยันต์เดินยมโลกมาแผ่นหนึ่ง ก็เห็นฝูวั่นจือยื่นหน้าเข้ามาทันที จ้องเขาตาเป็นประกาย
หนานจิ่งเฮ่อ: ……
เกือบลืมไปว่า แม่แท้ ๆ ของเขาเป็นผี แต่ไม่มีไอผี
จึงนับว่าเป็นผีอย่างแท้จริงไม่ได้
เขาส่งสัญญาณให้สมาชิกทีม “เอามาให้อีกแผ่น”
สมาชิกทีมด้านนอกงุนงง แต่ก็ไม่ได้ถามอะไร ส่งยันต์ให้เขาแล้วหันไปแจกคนอื่นต่อ
ไม่นาน ทุกคนจาก สำนักงานจัดการเหตุการณ์พิเศษ ก็เตรียมอุปกรณ์ของตัวเองให้พร้อม แปะยันต์เดินยมโลก แล้วพาหนานจิ่งทิงไปด้วย รวมสิบเอ็ดคนกับผีหนึ่งตน พากันเดินเข้าไปในตึก
