“มะ... มันตายไปแล้วเหรอ?”
ราชันผีแห่งเขาจิงซานมองซือเป่ยอันที่ดูเหมือนถูกผนึกอยู่ในอำพัน ก็ไม่อยากใจถามออกมา
แค่คำถามเพิ่งหลุดปากออกไป ก็ถูกฝ่ามือหลายคู่รอบข้างฟาดลงมาพร้อมกันทีเดียว
ราชันผีแห่งเขาจิ่วโหยวมองมันด้วยสายตาเย็นชา “พูดไม่เป็นก็หุบปากซะ”
เจอกันปุ๊บก็ถามว่าคนตายหรือยังปั๊บ ถ้าตายจริงขึ้นมาล่ะ แล้วพวกมันจะเอาหน้าไปคุยกับผู้วิเศษน้อยยังไง
ยิ่งไปกว่านั้น พ่อแท้ ๆ ของคนก็ยืนอยู่ตรงหน้านี่
ราชันผีแห่งเขาจิงซานถูกเตือนแบบนั้น ถึงได้นึกขึ้นได้ว่าด้านหน้าสุดมีซือหนานเฮิงยืนอยู่
เกือบลืมไปเลย ผีอันนี้มันพ่อของขนขาวน้อยคนนี้นี่นา
แต่ซือหนานเฮิงตอนนี้ไม่มีเวลาสนใจเสียงดุเดือดของราชันผีสี่ทิศข้างหลัง ดวงตาของเขาจ้องมองซือเป่ยอันตรงหน้าไม่วางตา
รู้ว่าลูกถูกพาตัวไป เขาพาเหมิงเชียนสวินรีบมาทันที แต่สายเกินแก้แล้วสินะ
“เป่ยอัน……”
ต่อเด็กคนนี้ เขาไม่เคยทำหน้าที่พ่อสักวัน แล้วกลับโผล่มาปรากฏตัวอยู่เฉย ๆ ตอนที่เด็กเติบโตขึ้นมาได้ด้วยความลำบากลำบน
ต่อเด็กคนนี้ ซือหนานเฮิงรู้สึกผิดตลอดมา
ทั้งปีทั้งชาติที่ผ่านมา แม้ไม่ได้อยู่เคียงข้าง แต่เขาก็ติดตามเรื่องของลูกมาโดยตลอด
เขาอยากทดแทนเด็กคนนี้ แต่กลับพบว่าสิ่งที่ตัวเองจะให้ได้นั้น เด็กหามาเองได้ครบหมดแล้วด้วยตัวเอง
เขาไม่ทันได้ทดแทน กระทั่งตอนนี้ มองลูกถูกกักขังอยู่ในอำพันปริศนานี้ ก็ยังไม่มีทางช่วยอะไรได้เลย
ซือหนานเฮิงหาได้ไม่บ่อยที่จะเกิดความเดือดดาลขึ้นในใจ มือสั่นสะเทือนยกขึ้นอยากทุบอำพันตรงหน้าให้แตกกระจาย
