หวังชุยผิงยืนอยู่ตรงหัวมุมถนนดินที่ปากทางเข้าหมู่บ้าน นิ้วมือจิกลงบนเปลือกไม้หยาบ ๆ จนเล็บแทบหัก
เธอจ้องจักรเย็บผ้าตราผีเสื้อที่วาววับอยู่ในลานบ้านของหลินไห่เขม็ง แล้วมองรอยยิ้มที่เสิ่นชิวแทบปิดบังไม่มิด ความรู้สึกอึดอัดในอกทำให้เธอโกรธจนตัวสั่น
ภรรยาของหลินเซียงถู่ถือกะละมังน้ำสกปรกออกมาจากในบ้าน พอเห็นหวังชุยผิงก็เหลือบตามองแล้วถามว่า “ชุยผิง ยืนมองอะไรอยู่ตรงนี้? ไม่กลับบ้านไปต้มยาให้ลูกชายคนรองของเธอหรือไง?”
หวังชุยผิงละสายตา ดึงชายเสื้อปะชุนของตัวเอง แล้วถ่มน้ำลายอย่างดูแคลน “จะอวดอะไรนักหนา สักวันเรือก็ต้องล่มเข้าสักวัน!”
พูดจบ เธอก็หันหลังมุ่งหน้าไปยังบ้านหลังเก่าของตระกูลอย่างรวดเร็ว
หลินไห่จัดวางจักรเย็บผ้าไว้ในห้องโถงใหญ่เรียบร้อยแล้ว
เขาเดินไปที่ประตูรั้ว มองแผ่นหลังของหวังชุยผิงที่กำลังจากไป ดวงตาหรี่ลงเล็กน้อย
“ต้าจู่ ไปช่วยหาขวดแก้วแตกมาให้หน่อย แล้วซื้อตะปูเหล็กตัวใหญ่สองห่อด้วย”
หลินไห่พูดกับหลิวต้าจู่ที่ยังไม่กลับไป
หลิวต้าจู่สงสัยอยู่บ้าง “พี่ไห่จื่อ จะเอาไปทำอะไรหรือ?”
“ต้องเสริมกำแพงรั้วหน่อย”
หลินไห่ตบกำแพงอิฐแดงที่เพิ่งก่อเสร็จ “ช่วงนี้ในหมู่บ้านไม่ค่อยสงบ ระวังขโมยไว้หน่อย”
“ได้ เดี๋ยวฉันไปหามาให้จากร้านรับซื้อของเก่า”
หลิวต้าจู่พยักหน้าแล้วหันหลังวิ่งออกไป
เสิ่นชิวเดินออกมาจากในบ้าน สีหน้ากังวลเล็กน้อย “อาไห่ กำแพงเพิ่งสร้างเสร็จ จะเอาของพวกนั้นไปทำอะไร? ดูไม่สวยเลยนะ”
หลินไห่จูงเธอเข้าบ้าน “กันคนคิดร้าย ตอนนี้บ้านเราทำให้คนอิจฉา หลินเทามือพิการไปแล้ว ทางบ้านหลังเก่าคงไม่ยอมอยู่นิ่ง ๆ ระวังไว้ก่อนย่อมดีกว่า”
เสิ่นชิวถอนหายใจ ไม่ได้เกลี้ยกล่อมเขาต่อ
