“บ้าเอ๊ย!”
เถ้าแก่เฉินหมอบอยู่บนดาดฟ้าที่เอียงกระเท่เร่ ชี้แผ่นหลังของหลินไห่ เส้นเลือดตรงขมับปูดโปน ก่อนตะโกนลั่นจนเสียงแหบ
อาเฉียงพยายามสตาร์ตเครื่องอยู่ในห้องคนขับ เครื่องยนต์ส่งเสียงหมุนเปล่าแสบแก้วหู ใบจักรติดอยู่ในซอกหินโสโครก กวนน้ำโคลนและทรายขึ้นมาเป็นวงกว้าง
“เถ้าแก่ เรือขยับไม่ได้! ใบจักรบิดเบี้ยวแล้ว!”
อาเฉียงร้อนใจจนเหงื่อท่วมศีรษะ
หลินไห่ไม่แม้แต่จะหันไปมองอีก เขาจับพายทั้งสองมือ จ้วงพาเรือไม้แล่นเป็นเส้นโค้งบนผิวน้ำ
เรือแซมแพนไม้ฉวยแรงน้ำลง แล่นฝ่าหมอกทะเลไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งเสียงด่าทอจากเรือเร็วไว้เบื้องหลัง
แสงสีเขียวจากเรดาร์ใต้น้ำค่อย ๆ เลือนหายไป
หลินไห่ก้มมองกระสอบสามใบที่ก้นเรือ
ไอน้ำซึมออกมาจากกระสอบ เผยให้เห็นขอบเปลือกสีดำทองราง ๆ
เที่ยวนี้เขางมขึ้นมาได้ถึง 150 ชั่ง
ครึ่งชั่วยามต่อมา เรือแซมแพนก็เทียบท่าหมู่บ้านหลินเหยียน
หลินไห่แบกกระสอบขึ้นฝั่ง ชาวประมงสองสามคนที่กำลังเดินเตร็ดเตร่แถวนั้นต่างยืดคอมอง
“ไห่จื่อ งมได้อะไรมา ดูหนักเอาเรื่องนะ”
หลินเซียงถู่แคะฟันพลางเหลือบตามอง
หลินไห่ไม่สนใจเขา มัดกระสอบไว้กับเบาะหลังและคานจักรยานล้อใหญ่ แล้วเข็นตรงไปยังสถานีสัตว์น้ำประจำอำเภอ
